แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงใช้ชีวิตในโลกที่ “ก้าวหนึ่งเดินหน้า ก้าวหนึ่งถอยหลัง” แต่คืนที่พวกเขาบุกถล่มวูล์ฟส์ 4-1 ที่โมลินิวซ์เหมือนเป็นอีกหนึ่งก้าวที่เดินไปถูกทาง—แม้จะยังไม่แน่ว่าจะยืนระยะได้จริงหรือไม่
ชัยชนะครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากเสมอเวสต์แฮมแบบจืดสนิท ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเพิ่งอัดคริสตัล พาเลซแบบสวยงาม 4-0 ส่วนก่อนหน้านั้นอีกก็เป็นช่วงสามเกมชนะรวด ตามด้วยสามเกมที่ไม่ชนะใครเลยจนถึงการแพ้เอฟเวอร์ตันคาบ้าน ทั้งที่คู่แข่งเหลือ 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 15
ชัยชนะที่ใหญ่สุดของฤดูกาล – แต่ยังไม่น่าไว้วางใจ
การถล่มวูล์ฟส์ 4-1 ถือเป็นชัยชนะมากประตูที่สุดของยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ และเป็นครั้งแรกภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อาโมริม ที่ทีมยิงถึงสี่ประตูในพรีเมียร์ลีก
ตัวเลขในเกมก็สะท้อนความเหนือกว่าอย่างชัดเจน
-
ยูไนเต็ดมีโอกาสยิง 27 ครั้ง มากที่สุดนับตั้งแต่มีอาโมริมเป็นกุนซือ
-
พวกเขานำคู่แข่งในเกมรวมกันมากกว่าทั้งฤดูกาลที่แล้ว
แต่แม้จะมีสถิติสวยหรู อาโมริมกลับใช้ถ้อยคำระมัดระวัง
“นี่เป็นกรณีเฉพาะ เราเจอทีมที่กำลังลำบากอย่างหนัก”
“คุณสัมผัสได้ในทุกจังหวะของเกม วูล์ฟส์อยู่ในช่วงที่ยากมาก ทั้งทีมและทั้งสโมสร เราใช้ประโยชน์จากจุดนั้นได้”
วูล์ฟส์กำลังเผชิญปัญหาในสนามและนอกสนาม บรรยากาศแฟนบอลก็กำลังเดือด ทำให้อาโมริมมองว่านี่ไม่ใช่เกมที่ใช้ชี้วัดมาตรฐานทีมเขาได้เต็มที่
จุดเปราะเดิมยังอยู่ เกือบพลาดโอกาสทองอีกครั้ง

แม้ยูไนเต็ดจะครองเกม แต่พวกเขาก็ยังมีช่วงที่เกือบหลุดสมาธิ โดยเฉพาะตอนท้ายครึ่งแรกที่วูล์ฟส์กลับมาเล่นดีขึ้น และยิงประตูแรกในรอบ 540 นาที ผ่าน ฌอง-ริคนาร์ เบลการ์ด
เหตุการณ์นี้ทำให้กุนซือชาวโปรตุเกสไม่พอใจ เพราะนี่เป็นเกมที่อาจพายูไนเต็ดขึ้นไปใกล้พื้นที่ท็อป 6 หากรักษาสมาธิได้ตลอด 90 นาที
ที่สำคัญ วันนั้น เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมสโมสร เดินทางมาชมเกมในสนาม และถูกจับภาพกำลังสนทนาอย่างจริงจังกับผู้อำนวยการฟุตบอล เจสัน วิลค็อกซ์ เหมือนส่งสัญญาณว่าเขากำลังจับตาทีมนี้แบบละเอียดทุกช่วงเวลา
อาโมริมยอมรับว่าเขาต้องปลุกลูกทีมครั้งใหญ่ในช่วงพักครึ่ง
“เราควรปิดครึ่งแรกให้ดีกว่านี้”
“ผมบอกพวกเขาให้ดูตาราง ดูบรรยากาศ ดูทุกอย่าง—เราเสียแต้มจากเกมกับเอฟเวอร์ตัน สามารถมีเพิ่มอีก 2 แต้มจากเวสต์แฮม เรามีทุกอย่างที่จะชนะเกมนี้”
ก้าวไปข้างหน้าจริง หรือเป็นอีกหนึ่งภาพลวงตา?
ผลชนะ 4-1 ดูดีและช่วยเรียกความมั่นใจกลับคืน แต่จากรูปแบบผลงานทั้งฤดูกาลยังไม่มีสิ่งใดยืนยันได้ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด “หายเจ็บป่วย” แล้วจริง ๆ
พวกเขาพิสูจน์แล้วว่าสามารถเล่นฟุตบอลไหลลื่นและดุดันได้ แต่คำถามคือ—ทำได้ต่อเนื่องหรือไม่?
สำหรับอาโมริม นี่อาจเป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ ในเส้นทางที่ยังยาวไกล
สำหรับแฟนบอล นี่คือความหวังอีกครั้งที่ต้องลุ้นว่าจะเกิดซ้ำ หรือดับวูบเหมือนครั้งก่อน ๆ













