อิลเลีย ซาบาร์นี จ่อซบปารีส แซงต์แชร์กแมง

อิลเลีย ซาบาร์นี จ่อซบปารีส แซงต์แชร์กแมง

ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ปี 2025 สโมสร บอร์นมัธ แห่งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ กลายเป็นหนึ่งในทีมที่ต้องปรับโครงสร้างแนวรับครั้งใหญ่ หลังจากเสียกองหลังตัวหลักไปถึงสามรายในเวลาไม่ถึงสองเดือน ล่าสุดคือ อิลเลีย ซาบาร์นี ปราการหลังทีมชาติยูเครน ที่กำลังจะย้ายไปร่วมทัพ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (PSG) ยักษ์ใหญ่แห่งลีกเอิงฝรั่งเศส ด้วยค่าตัวรวมสูงถึง 57.1 ล้านปอนด์

ดีลนี้ถูกจับตามองอย่างมากในยุโรป เพราะซาบาร์นีเพิ่งย้ายมาร่วมทีมบอร์นมัธเมื่อปี 2023 และสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจในแผงหลังได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน PSG ก็กำลังมองหากองหลังดาวรุ่งที่มีศักยภาพสูงเพื่อสร้างทีมระยะยาว

รายละเอียดของดีล: เงินก้อนโตและสัญญาระยะยาว

จากรายงาน ซาบาร์นีได้ตกลงสัญญาส่วนตัวกับ PSG เป็นเวลา 5 ปี และกำลังอยู่ในกรุงปารีสเพื่อเข้ารับการตรวจร่างกาย โดยค่าตัวจะประกอบไปด้วย:

  • ค่าตัวเบื้องต้น: 54.5 ล้านปอนด์

  • โบนัสตามผลงาน: 2.6 ล้านปอนด์ (ขึ้นอยู่กับผลงานส่วนตัวและผลงานของทีม)

นี่ถือเป็นหนึ่งในค่าตัวที่สูงที่สุดสำหรับผู้เล่นตำแหน่งกองหลังในประวัติศาสตร์ของบอร์นมัธ และเป็นการยืนยันว่าซาบาร์นีกลายเป็นที่ต้องการของสโมสรชั้นนำในยุโรป

การสูญเสียกองหลังตัวหลัก 3 รายในตลาดเดียว

Zabarnyi is expected

ก่อนหน้านี้ บอร์นมัธเพิ่งขาย ดีน ฮูย์เซน ให้กับเรอัล มาดริดด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ และปล่อย มิลอส เคอร์เกซ ไปให้ลิเวอร์พูลในราคา 40 ล้านปอนด์ ทำให้ซาบาร์นีเป็นกองหลังรายที่ 3 ที่ต้องย้ายออกในซัมเมอร์นี้

เมื่อรวมค่าตัวทั้งสามราย บอร์นมัธทำเงินได้มากกว่า 147 ล้านปอนด์ จากการขายกองหลังเพียงในรอบตลาดเดียว แต่ก็ต้องแลกมากับการที่แนวรับต้องปรับใหม่เกือบทั้งหมด

กำไรที่งดงามจากการลงทุน

ดีลของกองหลังทั้งสามถือเป็นความสำเร็จด้านการเงินของบอร์นมัธ:

  • ซาบาร์นี: ซื้อมาจากดินาโม เคียฟในราคา 24 ล้านปอนด์ (ขาย 57.1 ล้านปอนด์)

  • ฮูย์เซน: ซื้อจากยูเวนตุสในราคา 12.6 ล้านปอนด์ (ขาย 50 ล้านปอนด์)

  • เคอร์เกซ: ซื้อจากอาแซด อัลค์มาร์ในราคา 15.5 ล้านปอนด์ (ขาย 40 ล้านปอนด์)

นี่ทำให้บอร์นมัธได้กำไรมากกว่าสามเท่าจากการขายผู้เล่นเหล่านี้ และยังแสดงถึงความสามารถของสโมสรในการปั้นนักเตะให้มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

การเสริมทัพเพื่ออุดช่องโหว่แนวรับ

แม้จะเสียผู้เล่นสำคัญไปหลายราย แต่บอร์นมัธก็ไม่รอช้าในการหาตัวแทน โดยล่าสุดตกลงคว้าตัว บาโฟเดีย ดิยากิเต้ จากลีลล์ ด้วยค่าตัวเริ่มต้น 30 ล้านปอนด์ ซึ่งอาจเพิ่มเป็น 34 ล้านปอนด์ตามเงื่อนไขโบนัส

นอกจากนี้ ยังได้เซ็นสัญญากับ เอเดรียน ทรุฟแฟร์ แบ็กซ้ายชาวฝรั่งเศสจากแรนส์ ด้วยค่าตัว 14.4 ล้านปอนด์ เพื่อทดแทนการจากไปของเคอร์เกซ และกำลังมองหากองหลังตัวกลางอีกหนึ่งรายเพื่อให้ทีมมีความสมดุลมากขึ้น

เหตุผลที่ต้องปล่อยผู้เล่นออก

แม้สโมสรจะไม่ได้ตั้งใจปล่อยผู้เล่นตัวหลักออกถึง 3 คนในตลาดเดียว แต่ข้อเสนอจากสโมสรยักษ์ใหญ่ทั้งเรอัล มาดริด, ลิเวอร์พูล และ PSG เป็นสิ่งที่ยากจะปฏิเสธ

นอกจากนี้ นักเตะเองก็ต้องการโอกาสในการย้ายไปเล่นในระดับสูงขึ้น ทั้งในเวทียุโรปและในสโมสรที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ ทำให้บอร์นมัธต้องยอมเจรจา แต่ก็ทำในแบบที่เป็นประโยชน์ต่อสโมสรมากที่สุด โดยยืนหยัดตามเงื่อนไขและราคาที่ตั้งไว้

author avatar
b content