ในค่ำคืนที่สนามเอติฮัด สเตเดียม เต็มไปด้วยเสียงเชียร์และประกายแสงจากแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีชายคนหนึ่งที่กลายเป็นศูนย์กลางของทุกสายตา — ฟิล โฟเดน (Phil Foden)
กองกลางวัย 25 ปีรายนี้ไม่เพียงพา “เรือใบสีฟ้า” คว้าชัยเหนือ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 4-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อคืนวันพุธเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณให้ทั้งประเทศอังกฤษเห็นว่า “ดาวรุ่งขวัญใจเมืองแมนเชสเตอร์” กำลังกลับมาสู่จุดสูงสุดของเขาอีกครั้ง
หลังผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก ทั้งอาการบาดเจ็บ ปัญหานอกสนาม และฟอร์มตกในฤดูกาลก่อน — คืนนี้คือค่ำคืนที่โฟเดน “ยิ้มได้อีกครั้ง”
ฤดูกาลแห่งความผิดหวังที่ต้องลืม
ย้อนกลับไปในฤดูกาลที่ผ่านมา ทั้ง โฟเดน และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่างเผชิญกับช่วงเวลาที่น่าผิดหวัง
ซิตี้จบฤดูกาลโดย “มือเปล่า” เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี — ไม่มีแชมป์พรีเมียร์ลีก, ไม่มีแชมเปียนส์ลีก, ไม่มีถ้วยใด ๆ ติดมือ ซึ่งถือเป็นเรื่องไม่คุ้นเคยเลยสำหรับทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา
ส่วนโฟเดนเองก็ต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าเรื้อรัง รวมถึงปัญหาส่วนตัวที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ เขาเคยเปิดเผยภายหลังว่า “มันเป็นปีที่มืดมนที่สุดในอาชีพค้าแข้งของผม”
“ผมรู้สึกเหมือนหลงทางในบางช่วง” โฟเดนเคยให้สัมภาษณ์กับ The Guardian “มันไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่รวมถึงทุกอย่างรอบตัวด้วย ผมต้องเรียนรู้ที่จะจัดการกับชื่อเสียง ความคาดหวัง และแรงกดดัน”
การกลับมาด้วยรอยยิ้มและความมั่นใจ
แต่ฤดูกาลนี้ เรื่องราวดูแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
โฟเดนเริ่มต้นซีซันได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยผลงาน 4 ประตูและ 3 แอสซิสต์จาก 13 นัด รวมทุกรายการ พร้อมกับการเล่นที่เปี่ยมด้วยพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และจังหวะเฉียบคมเหมือนที่แฟนบอลเคยหลงรัก
ในเกมกับดอร์ทมุนด์ เขาไม่เพียงมีส่วนร่วมกับทุกจังหวะสำคัญ แต่ยังยิงประตูได้อย่างงดงามในครึ่งหลัง กลายเป็น “พระเอกของค่ำคืน” แทนที่เออร์ลิง ฮาแลนด์ ซึ่งปกติเป็นผู้รับความสนใจจากสื่ออยู่เสมอ
“ผมรักความรู้สึกนี้นะ” โฟเดนกล่าวหลังเกมกับ TNT Sports
“ผมแค่ต้องเล่นฟุตบอลด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า — ซึ่งตอนนี้ผมทำได้แล้ว ปีที่แล้วยากมากสำหรับผมและทุกคนในทีม แต่ปีนี้เรามีความเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น”
Togethernessพลังใหม่ในห้องแต่งตัวซิตี้
สิ่งที่น่าสนใจคือ โฟเดนพูดถึงคำว่า Togetherness อยู่หลายครั้ง — คำที่สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศในทีมที่กลับมา “กลมเกลียว” หลังฤดูกาลที่วุ่นวาย
กวาร์ดิโอลาเคยยอมรับว่า ฤดูกาลที่แล้วห้องแต่งตัวของทีมเต็มไปด้วยความกดดันและความผิดหวัง หลายคนเริ่มรู้สึกเหนื่อยกับความคาดหวังที่สูงเกินไป แต่ปีนี้สิ่งต่าง ๆ ดูผ่อนคลายขึ้น
“เรามีทีมที่อายุน้อย สดใหม่ และมีแรงกระตุ้นใหม่ ๆ” เป๊ปกล่าว “ฟิลเป็นตัวอย่างที่ดี — เขาเล่นฟุตบอลด้วยหัวใจ เขาคือหนึ่งในคนที่ทำให้ห้องแต่งตัวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง”
โฟเดนในบทบาทใหม่จาก เด็กมหัศจรรย์ สู่ ผู้นำในสนาม”
แม้จะยังอายุเพียง 25 ปี แต่โฟเดนกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่อยู่กับทีมยาวนานที่สุดในยุคของเป๊ป เขาถูกดันขึ้นจากอคาเดมีตั้งแต่อายุ 17 และถูกยกย่องว่าเป็น “เพชรเม็ดงามแห่งสต็อกพอร์ต”
จากอดีตที่ต้องแข่งขันแย่งตำแหน่งกับนักเตะระดับโลกอย่าง ดาบิด ซิลบา, เควิน เดอ บรอยน์ และริยาด มาห์เรซ วันนี้เขากลายเป็นหัวใจสำคัญของเกมรุกทีม
ในระบบใหม่ของซิตี้ โฟเดนถูกวางให้เล่น “กลางรุกกึ่งปีกขวา” มีอิสระในการเคลื่อนที่เข้าในและเชื่อมเกมระหว่างแดนกลางกับฮาแลนด์ ผลลัพธ์คือการสร้างสรรค์เกมที่ลื่นไหลและคาดเดายาก
อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ โจ โคล วิเคราะห์ผ่าน BT Sport ว่า
“ตอนนี้ฟิลเล่นเหมือนนักเตะที่โตเต็มวัย เขาไม่ได้แค่พยายามโชว์ทักษะ แต่รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องผ่าน เมื่อไหร่ต้องยิง — นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากเมื่อ 2-3 ปีก่อน”
คืนที่ทำให้ทุกคนพูดถึง
ในเกมกับดอร์ทมุนด์ โฟเดนไม่เพียงยิงประตู แต่ยังมีส่วนร่วมกับจังหวะขึ้นเกมแทบทุกครั้ง เขาเรียกฟาวล์ได้หลายหน และสร้างโอกาสให้เพื่อนยิงถึง 5 ครั้ง — มากที่สุดในเกม
จังหวะประตูที่สามของซิตี้ในนัดนั้น สะท้อนให้เห็นความมั่นใจของเขาอย่างแท้จริง — รับบอลจากแบร์นาร์โด ซิลวา ก่อนแตะหลอกแนวรับแล้วปั่นด้วยซ้ายเข้าเสาไกลแบบสุดคลาสสิค เสียงเชียร์ “ฟิล โฟเดน ลาลาลา” ดังสนั่นเอติฮัด
หลังจบเกม เป๊ปถึงกับเอ่ยปากว่า
“คืนนี้เป็นคืนของเขา ผมไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลย ฟิลตอบทุกอย่างในสนามแล้ว”
แฟนบอลและสื่ออังกฤษฟิลกลับมาแล้ว
หลังจบเกม สื่อแทบทุกสำนักในอังกฤษต่างพาดหัวไปในทิศทางเดียวกัน — “Foden back to his best.”
แฟนบอลในโลกออนไลน์ต่างร่วมกันยกย่องฟอร์มของเขา บางคนถึงขั้นบอกว่า “นี่คือโฟเดนที่เรารอคอยมาตลอด”
บัญชีทางการของ Manchester City ทวีตภาพโฟเดนกำลังฉลองประตู พร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า
“Stockport’s finest ✨”
ส่วนแฟนบอลรายหนึ่งใน X (Twitter) เขียนว่า
“เมื่อฟิลโฟเดนยิ้ม ซิตี้ก็เล่นฟุตบอลที่งดงามที่สุดในโลก”
ความหวังทีมชาติ สายตาไปที่ “แกเร็ธ เซาธ์เกต”
ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมในสโมสร ทำให้แฟนบอลอังกฤษเริ่มตั้งคำถามว่า — ถึงเวลาหรือยังที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต จะเรียกโฟเดนกลับมาติดทีมชุดใหญ่แบบถาวรอีกครั้ง
ทีมชาติอังกฤษกำลังเตรียมตัวสำหรับศึก ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก กับ เซอร์เบีย และ แอลเบเนีย ในวันที่ 13 และ 16 พฤศจิกายน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของฟิลในการกลับมาสวมเสื้อ “สิงโตคำราม” อีกครั้ง
อดีตผู้เล่นทีมชาติอังกฤษอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด แสดงความคิดเห็นว่า
“ผมคิดว่าเขาควรอยู่ในทีมแน่นอน ฟอร์มตอนนี้ของเขาดีกว่ากองกลางอังกฤษคนไหน ๆ เขาเล่นด้วยความมั่นใจและมีจินตนาการ — ซึ่งคือสิ่งที่เราต้องการในทีมชาติ”
จากเสียงวิจารณ์สู่แรงผลักดัน
ในช่วงปีที่ผ่านมา โฟเดนตกเป็นเป้าโจมตีจากบางสื่อที่มองว่าเขา “ไม่พัฒนาเท่าที่ควร” หลังถูกยกให้เป็น “เด็กมหัศจรรย์” มาหลายปี
แต่แทนที่จะตอบโต้ด้วยคำพูด เขากลับเลือกตอบด้วยฟอร์มในสนาม — และค่ำคืนกับดอร์ทมุนด์คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
“ผมไม่ต้องการพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น ผมแค่ต้องการสนุกกับฟุตบอล และช่วยทีมคว้าชัยชนะ” เขากล่าวหลังเกม
เส้นทางต่อไปความต่อเนื่องคือกุญแจสำคัญ
แม้ผลงานของโฟเดนในฤดูกาลนี้จะน่าประทับใจ แต่สิ่งที่เขาต้องการที่สุดในตอนนี้คือ “ความสม่ำเสมอ”
เป๊ป กวาร์ดิโอลา เคยพูดไว้ว่า
“ฟิลมีทุกอย่างที่จะเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก แต่เขาต้องเรียนรู้ที่จะรักษามาตรฐานของตัวเองทุกสัปดาห์”
และดูเหมือนว่า โฟเดนกำลังทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งในแง่ฟอร์มการเล่น, ทัศนคติ และความเป็นผู้นำในสนาม







