นิวคาสเซิล เจอบททดสอบหนัก! อัปเดตอาการ เจ็บของ คีแรน ทริปเปียร์

สโมสร นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (Newcastle United) ต้องเจอกับสถานการณ์ที่น่ากังวลอีกครั้ง หลังได้รับข่าวร้ายเกี่ยวกับการบาดเจ็บของสองกำลังสำคัญในทีมพร้อมกันในช่วงโปรแกรมแน่นขนัดของเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงชี้ชะตาสำคัญของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (Premier League) ฤดูกาล 2025/26  สรุปทุกประเด็นสำคัญ ตั้งแต่การบาดเจ็บของนักเตะ การประเมินของ เอ็ดดี้ ฮาว (Eddie Howe) สถานการณ์ขุมกำลังสำหรับเกมเยือน เอฟเวอร์ตัน (Everton) รวมถึงกำหนดคืนสนามของ โยอาเน วิสซา (Yoane Wissa) แข้งใหม่ค่าตัว 55 ล้านปอนด์ ที่แฟนบอลรอคอยกันอย่างมาก ช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาลกำลังจะมาถึง แต่ดูเหมือนว่า นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (Newcastle United) จะต้องพบกับความท้าทายครั้งใหม่ เมื่อมีการยืนยันว่า คีแรน ทริปเปียร์ (Kieran Trippier) หนึ่งในผู้นำสำคัญในห้องแต่งตัวของทีม มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริง และจะต้องใช้เวลาพักรักษาตัวประมาณ 4 สัปดาห์ ทำให้พลาดช่วยทีมในช่วงโปรแกรมหฤโหดของเดือนธันวาคมอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ ทริปเปียร์ ต้องรับบทบาทสำคัญเมื่อถูกจับสลับไปเล่นแทน ทิโน ลิฟราเมนโต (Tino Livramento) ที่บาดเจ็บ แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหาการใช้งานหนักติดต่อกันจนทำให้เกิดอาการเจ็บตามมา การขาดหายของเขาถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ เพราะไม่เพียงแต่เป็นตัวหลักในระบบของทีม แต่ยังเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีประสบการณ์สูงที่สุดในทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว นอกจากทริปเปียร์แล้ว อีกหนึ่งแนวรับสำคัญอย่าง สเวน บ็อตมัน (Sven Botman) กองหลังจาก เนเธอร์แลนด์ (Netherlands) ก็ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลัง และกำลังอยู่ในช่วงประเมินความพร้อมสำหรับเกมสุดสัปดาห์ที่จะต้องบุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน (Everton) ที่สนาม ฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม (Hill Dickinson Stadium) เอ็ดดี้ ฮาว ยอมรับว่าโอกาสลงสนามของ บ็อตมัน ยังจัดอยู่ในระดับ “กึ่ง ๆ กลาง ๆ” ทำให้เขากลายเป็นเครื่องหมายคำถามสำคัญในแนวรับที่กำลังมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บพร้อมกันหลายคน สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อ เอมิล คราฟธ์ (Emil Krafth) แบ็กขวาทีมชาติ สวีเดน (Sweden) ที่มีความสามารถในการยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็กในบางสถานการณ์ ก็ถูกยืนยันว่าไม่พร้อมเดินทางไปช่วยทีมในเกมเยือน เอฟเวอร์ตัน เช่นกัน ส่งผลให้ม้านั่งสำรองของ นิวคาสเซิล ในเกมนี้อาจดูเบาบางกว่าที่ควรจะเป็นอย่างเห็นได้ชัด

ข่าวดีในข่าวร้าย  การกลับมาของ โยอาเน วิสซา ดาวเตะที่แฟนทูนส์ รอคอย

แม้สถานการณ์ผู้เล่นบาดเจ็บจะดูตึงเครียด แต่ เอ็ดดี้ ฮาว ก็ยังมีข่าวดีให้แฟนบอลได้ชื่นใจ เมื่อเขายืนยันว่า โยอาเน วิสซา (Yoane Wissa) แข้งใหม่ค่าตัว 55 ล้านปอนด์ที่ถูกดึงตัวมาเสริมแนวรุกในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ได้กลับมาร่วมซ้อมกับทีมเป็นครั้งแรกแล้ว หลังจากพักรักษาตัวจากการบาดเจ็บเอ็น PCL ที่ได้รับระหว่างการรับใช้ทีมชาติ ดีอาร์ คองโก (DR Congo) ในช่วงพักเบรกทีมชาติเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม เกมพบ เอฟเวอร์ตัน สุดสัปดาห์นี้ถือว่าเร็วเกินไปสำหรับการลงสนามของ วิสซา ทำให้เขาจะยังต้องลุ้นรอโอกาสเปิดตัวต่อหน้าแฟนบอล สาลิกาดง ในเกมถัด ๆ ไป ตามรายงานจากสื่ออังกฤษหลายสำนัก ชี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ วิสซา อาจพร้อมกลับมาลงสนามได้ในช่วงกลางเดือนธันวาคม ซึ่งบังเอิญตรงกับโปรแกรมยอดฮิตของแฟนบอล — เกมดาร์บี้แมตช์แห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นัดที่ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด มีคิวบุกเยือน ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) ศัตรูคู่แค้นตลอดกาล เดือนธันวาคมเป็นช่วงเวลาที่ทีมในพรีเมียร์ลีกต้องลงเล่น 6–8 นัดในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ทำให้การมีผู้เล่นบาดเจ็บหลายคนโดยเฉพาะแนวรับ ถือเป็นปัญหาที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของทีม

การขาด คีแรน ทริปเปียร์ ไม่เพียงทำให้ทีมเสียผู้เล่นที่มีความสามารถในการเปิดบอลและเล่นลูกตั้งเตะ แต่ยังทำให้ทีมเสีย “ผู้นำในสนาม” ไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหาใครทดแทนได้ง่าย ๆ ส่วนกรณีของ สเวน บ็อตมัน หากไม่พร้อมลงเล่นในหลายเกมต่อเนื่อง อาจทำให้สมดุลเกมรับของ นิวคาสเซิล สั่นคลอนมากยิ่งขึ้น เพราะเขาเป็นเซ็นเตอร์แบ็กที่อ่านเกมดีสุดในทีม และเป็นกำลังหลักของแผงหลังตลอดสองปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน การขาด เอมิล คราฟธ์ เพิ่มปัญหาอีกชั้น เพราะเขาคือผู้เล่นอเนกประสงค์ที่เติมเต็มตำแหน่งได้หลายพื้นที่ในแนวรับ การไม่มีเขาในม้านั่งสำรองทำให้ตัวเลือกในการแก้เกมลดลงอย่างเห็นได้ชัด การได้กองหน้าความเร็วสูงที่สามารถเล่นได้หลายตำแหน่งกลับมาช่วยทีมในเกมใหญ่เช่นนี้ ถือเป็นสิ่งที่แฟนบอลรอคอยอย่างมาก เพราะ วิสซา เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกคาดหวังว่าจะเข้ามายกระดับเกมรุกของทีมให้มีความหลากหลายและอันตรายกว่าเดิม

เหตุผลที่การได้  โยอาเน วิสซา กลับมาสำคัญมาก

การกลับมาของ โยอาเน วิสซา (Yoane Wissa) น่าจะเป็นปัจจัยเชิงบวกที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้

  1.       เพิ่มสปีดเกมรุกให้ นิวคาสเซิล
    วิสซามีสไตล์การเล่นที่เน้นความเร็ว การทะลุช่อง และการยิงประตูแบบไม่ต้องจับหลายครั้ง ทำให้ทีมมีมิติใหม่ในการเข้าทำ
  2.       ลดภาระของ อเล็กซานเดอร์ อิซัค (Alexander Isak) และ คัลลัม วิลสัน (Callum Wilson)
    ทั้งสองคนมีประวัติบาดเจ็บบ่อย การมี วิสซา เป็นตัวเลือกเพิ่มช่วยแบ่งเบาภาระได้มาก
  3.       เข้าระบบของ ฮาว ได้อย่างลงตัว
    วิสซา เป็นผู้เล่นที่สามารถเล่นตำแหน่งกองหน้าตัวริมเส้น กองหน้าตัวต่ำ หรือปีกโจมตีช่องว่าง ทำให้ ฮาว สามารถปรับแผนได้ยืดหยุ่น
  4.       พร้อมใช้งานทันเกมดาร์บี้แมตช์
    การกลับมาทันเกมพบ ซันเดอร์แลนด์ จะเพิ่มความดุดันในแนวรุก และสร้างความได้เปรียบในเกมที่ความกดดันสูงที่สุดเกมหนึ่งของฤดูกาล

แม้จะมีข่าวร้ายจากอาการบาดเจ็บ แต่ นิวคาสเซิล ยังมีโอกาสทำผลงานได้ดี หากสามารถบริหารจัดการขุมกำลังได้เหมาะสม โปรแกรมต่อไป ของ นิวคาสเซิ่ล  เยือน เอฟเวอร์ตัน (Everton) นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กำลังเผชิญช่วงเวลายากลำบากที่สุดช่วงหนึ่งของฤดูกาล 2025/26 การบาดเจ็บของ คีแรน ทริปเปียร์ และความไม่ชัวร์ของ สเวน บ็อตมัน รวมถึงการขาด เอมิล คราฟธ์ ทำให้แนวรับของทีมบางเป็นพิเศษในเดือนที่โปรแกรมแน่นที่สุดของปี อย่างไรก็ตาม การได้เห็น โยอาเน วิสซา กลับมาซ้อมกับทีมถือเป็นข่าวดีที่ช่วยเติมพลังบวกให้กับแฟนบอล และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเกมใหญ่ช่วงกลางเดือนธันวาคม

พลาดช่วยสโลวีเนียคัดบอลโลก แมนฯ ยูไนเต็ดโล่งไม่รุนแรง

ข่าวที่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่อยากได้ยินในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของฤดูกาลได้เกิดขึ้นแล้ว —
เบนจามิน เซสโก (Benjamin Sesko) ศูนย์หน้าดาวรุ่งค่าตัว 73.7 ล้านปอนด์ของทีม ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าจากเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุดกับท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

แม้ภาพจากกล้องหลังเกมจะเผยให้เห็นว่าเขาสามารถเดินออกจากสนามโดยไม่ต้องใช้ไม้ค้ำ แต่ก็ไม่สามารถเดินได้อย่างปกติ ทำให้เกิดความกังวลว่าอาการบาดเจ็บครั้งนี้อาจรุนแรงกว่าที่คิด

อย่างไรก็ตาม รายงานจากแคมป์ปีศาจแดงระบุว่า สโมสร “มั่นใจในระดับหนึ่ง” ว่าอาการของเขาไม่น่าจะหนักถึงขั้นต้องพักยาวหลายเดือน

 เหตุการณ์ที่ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม

เกมดังกล่าว เซสโกได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง แต่ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ นาทีที่ 30 หลังเข้าปะทะกับแนวรับของสเปอร์สอย่าง มิคกี้ ฟาน เดอ เวน (Micky van de Ven) จนเกิดการกระแทกที่หัวเข่า

จากภาพรีเพลย์ เห็นชัดว่าขาขวาของเซสโกบิดในจังหวะที่ลงน้ำหนัก ซึ่งเป็นลักษณะของอาการบาดเจ็บที่มักสร้างความกังวลในหมู่นักกายภาพและโค้ช

“มันเป็นอาการเจ็บหัวเข่า ซึ่งพูดตรง ๆ แล้ว... คุณไม่มีทางรู้ได้แน่ชัดจนกว่าจะสแกน”
รูเบน อาโมริม (Ruben Amorim) เฮดโค้ชของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวหลังเกม

อาโมริมยอมรับว่า การบาดเจ็บครั้งนี้ “อาจส่งผลต่อแผนตลาดนักเตะในเดือนมกราคม” โดยเฉพาะเมื่อยูไนเต็ดมีแนวโน้มที่จะปล่อยผู้เล่นบางรายออกไปเพื่อเปิดทางให้การเสริมทัพ

ความกังวลเรื่อง “โดมิโน่เอฟเฟกต์”

Manchester United striker Benjamin Sesko has

อาการบาดเจ็บของเซสโกเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมที่สุด
เพราะในเดือนมกราคม ยูไนเต็ดกำลังจะเสียผู้เล่นตัวรุกอีกหลายคนให้กับภารกิจระดับทวีป

  • ไบรอัน เอ็มเบวโม่ (Bryan Mbeumo)

  • อาหมัด ดิยัลโล่ (Amad Diallo)

  • และ นุสแซร์ มาซราอุย (Noussair Mazraoui)

ทั้งสามคนจะต้องเดินทางไปช่วยชาติของตนในศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ (AFCON) ที่จะจัดขึ้นในต้นปีหน้า

หากเซสโกต้องพักยาวจริง ๆ เท่ากับว่ายูไนเต็ดอาจเหลือกองหน้าธรรมชาติให้เลือกใช้งานเพียงคนหรือสองคนเท่านั้น

นั่นคือเหตุผลที่อาโมริมพูดอย่างระมัดระวังหลังเกมว่า “เราต้องรอผลตรวจอย่างละเอียดก่อนจะตัดสินใจในทุกเรื่อง”

 ข่าวดีเล็ก ๆ จากแคมป์คาร์ริงตัน

ถึงแม้ความกลัวจะยังคงอยู่ แต่แหล่งข่าวภายในแคมป์ คาร์ริงตัน (Carrington) ยืนยันกับสื่ออังกฤษหลายสำนักว่า ยูไนเต็ดไม่คิดว่าอาการของเซสโกจะถึงขั้น “พักยาวหลายเดือน”

เขามีกำหนดเข้ารับการสแกน MRI เพิ่มเติมในวันอังคารนี้ เพื่อประเมินระดับการบาดเจ็บของเอ็นหัวเข่า

“ตอนนี้สโมสรยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาการพักฟื้นได้ แต่เท่าที่เห็น เขาไม่มีอาการบวมรุนแรงและสามารถเดินได้ด้วยตัวเองหลังเกม ถือเป็นสัญญาณที่ดี”
— แหล่งข่าวจากทีมแพทย์ของสโมสรกล่าวกับ BBC Sport

หมดสิทธิ์ช่วยสโลวีเนีย

สิ่งที่ยืนยันแล้วแน่นอนคือ เซสโกจะ พลาดลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ของทีมชาติสโลวีเนียในช่วงพักเบรกทีมชาติครั้งนี้

สโลวีเนียมีโปรแกรมสำคัญพบกับ โคโซโว และ สวีเดน — สองนัดที่มีความหมายอย่างมากต่อการลุ้นคว้าตั๋วเพลย์ออฟไปฟุตบอลโลก 2026

โค้ชทีมชาติสโลวีเนียให้สัมภาษณ์ว่า “เราต้องเดินหน้าต่อโดยไม่มีเบนจามิน ซึ่งเป็นการสูญเสียใหญ่ แต่สุขภาพของเขาสำคัญที่สุด”

ลิซานโดร มาร์ติเนซ — ข่าวดีอีกหนึ่งเรื่อง

ในขณะที่แฟนบอลกำลังเป็นห่วงเซสโก ข่าวดีอีกหนึ่งเรื่องก็มาถึงจากแนวรับ
ลิซานโดร มาร์ติเนซ (Lisandro Martínez) กองหลังชาวอาร์เจนไตน์ที่พักรักษาตัวหลังผ่าตัดหัวเข่ามานานหลายเดือน ได้กลับมาลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่แล้ว

สโมสรกำลังค่อย ๆ ฟื้นฟูร่างกายเขาอย่างระมัดระวัง หลังได้รับบาดเจ็บซ้ำหลายครั้งตั้งแต่ย้ายมาจากอาแจ็กซ์ในปี 2022

แม้อาโมริมจะยังไม่ใส่ชื่อเขาในทีมชุดแข่ง แต่ก็อนุญาตให้มาร์ติเนซเดินทางไปร่วมแคมป์ทีมชาติอาร์เจนตินาที่ตั้งอยู่ในยุโรป เพื่อซ้อมและปรับตัวกับเพื่อนร่วมทีม

“การที่ลิซานโดรได้กลับมาซ้อมกับเพื่อน ๆ ในทีมชาติ ถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก และจะช่วยเสริมสภาพจิตใจของเขา”
— แถลงการณ์จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โดยทางสโมสรได้ส่งทีมงานฟิตเนสหนึ่งรายเดินทางไปกับมาร์ติเนซ เพื่อดูแลการฟื้นฟูอย่างใกล้ชิด

 ความเชื่อมั่นในยุค “รูเบน อาโมริม”

แม้จะเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน แต่รูเบน อาโมริมกำลังได้รับการยอมรับจากบอร์ดบริหารของยูไนเต็ดในฐานะกุนซือที่ “มีแผนระยะยาวและมีระบบคิดชัดเจน”

เขาแสดงให้เห็นถึงความกล้าตัดสินใจหลายครั้ง เช่น การหมุนเวียนนักเตะรุ่นใหม่ลงสนาม และการปรับระบบการเล่นให้ทีมมีสมดุลมากขึ้น

อาโมริมมักกล่าวเสมอว่า “ยูไนเต็ดต้องการมากกว่าชื่อเสียง — เราต้องการความมั่นคง”
ดังนั้นแม้อาการบาดเจ็บของเซสโกอาจสร้างแรงสั่นสะเทือน แต่โค้ชชาวโปรตุเกสรายนี้ยังคงยืนยันว่า “ไม่มีเหตุผลที่จะตื่นตระหนก”

เมื่อการเดินทางอันยิ่งใหญ่ของนิวคาสเซิลเริ่มสะดุด

เพียงไม่ถึงหนึ่งปีที่ผ่านมา สนามฟุตบอลทั่วเกาะอังกฤษยังคงสะท้อนเสียงเพลงที่คุ้นหูจากกองเชียร์นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด —

“I don’t want to go home… this is the best trip I’ve ever been on.”
(“ฉันไม่อยากกลับบ้านเลย... นี่คือการเดินทางที่ดีที่สุดในชีวิต!”)

เสียงร้องนั้นเต็มไปด้วยความสุข ความภาคภูมิใจ และความเชื่อว่า “ยุคทองของสโมสร” ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

แต่ในค่ำคืนวันอาทิตย์ล่าสุด ความฝันนั้นกลับกลายเป็นความจริงอันโหดร้าย — เมื่อนิวคาสเซิลบุกไปพ่าย เบรนท์ฟอร์ด (Brentford) 1-3 ที่สนาม Gtech Community Stadium ผลลัพธ์ที่สะท้อนถึงรอยร้าวในทีมที่เคยถูกยกย่องว่าเป็น “แบบอย่างของการฟื้นฟูในพรีเมียร์ลีก”

ครบรอบ 4 ปีของเอ็ดดี้ ฮาว แต่ของขวัญที่ไม่มีใครอยากรับ

ความพ่ายแพ้ในเกมนี้เกิดขึ้นในวาระครบ 4 ปีที่ เอ็ดดี้ ฮาว (Eddie Howe) เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

ชายผู้พาทีมจากการดิ้นรนหนีตกชั้นในปี 2021 จนทะยานขึ้นสู่ แชมเปียนส์ลีกในเวลาเพียงสองฤดูกาล — ต้องมานั่งตอบคำถามสื่อด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความผิดหวัง

“ผมไม่สามารถให้คำตอบที่น่าพอใจกับคุณได้ เพราะความจริงมันไม่น่าพอใจเลย”
“เรายังทำงานของเราได้ไม่ดีพอ เรารู้ว่าพวกเราทำให้ทุกคนผิดหวัง... สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือยอมรับและหาทางแก้ไข”

คำพูดที่ฟังดูเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยน้ำหนักของความรับผิดชอบ — สะท้อนถึงบุคลิกของฮาวที่ยังคงยึดมั่นในแนวทาง “ไม่หาข้ออ้าง” แม้จะอยู่ท่ามกลางกระแสกดดัน

สถิติที่น่ากังวล  เมื่อ “สิงห์สาราสัตว์” กลายเป็นแมวขี้อายยามออกนอกบ้าน

As Newcastles great journey begins to stumble

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือผลงาน “เกมเยือน” ของนิวคาสเซิลในฤดูกาลนี้ —
ทีมของฮาว ไม่สามารถคว้าชัยชนะนอกบ้านได้เลยตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

ในฤดูกาลที่แล้ว นิวคาสเซิลคือหนึ่งในทีมที่เล่นเกมเยือนได้ดีที่สุดในลีก พวกเขาบุกชนะทั้งที่ เอมิเรตส์ สเตเดียม, โอลด์ แทรฟฟอร์ด และ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม แบบสุดมันส์
แต่ในฤดูกาลนี้ ทุกอย่างกลับตาลปัตร

สถิติหลังผ่าน 8 เกมเยือนล่าสุดในลีก:

  • แพ้ 5

  • เสมอ 3

  • ไม่ชนะเลย

  • ยิงได้เพียง 6 ประตู

  • เสียถึง 17 ประตู

ผลลัพธ์นี้ทำให้นิวคาสเซิลร่วงลงมาอยู่เพียง “เหนือโซนตกชั้น 2 คะแนน” — สถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นหลังจากปีแห่งความสำเร็จ

ปัญหาในสนาม — ความไม่ต่อเนื่องที่มาพร้อมกับแรงกดดัน

นักวิเคราะห์จาก BBC Sport ชี้ว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของทีมในฤดูกาลนี้คือ “ความไม่ต่อเนื่องของฟอร์มและความฟิตของนักเตะตัวหลัก”

ตั้งแต่เปิดฤดูกาล ฮาวต้องเจอกับปัญหานักเตะบาดเจ็บต่อเนื่อง ทั้ง สเวน บ็อตมัน, โจ วิลล็อค, คัลลัม วิลสัน และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค

นอกจากนี้ การเล่นในหลายรายการ — โดยเฉพาะยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก — ยังทำให้ทีมขาดความสดในเกมลีก

ระบบเพรสซิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของนิวคาสเซิลในซีซั่นก่อน (ที่ใช้พลังงานสูงมาก) เริ่มไม่สามารถรักษามาตรฐานเดิมได้ ส่งผลให้แนวรับที่เคยเหนียวแน่นเริ่มมีช่องโหว่

ในเกมกับเบรนท์ฟอร์ด ทีมเสียประตูจากความผิดพลาดส่วนบุคคลถึงสองครั้ง และขาดความดุดันในแดนหน้าอย่างที่เคยเป็น

 จาก “ความกล้า” สู่ “ความกลัว”

หนึ่งในเอกลักษณ์ของนิวคาสเซิลในยุคฮาวคือ “ความกล้า” — กล้าที่จะบุก กล้าที่จะเพรส และกล้าที่จะเสี่ยง

แต่ในเกมล่าสุด สิ่งนั้นหายไปอย่างสิ้นเชิง

อลัน เชียเรอร์ (Alan Shearer) อดีตกองหน้าระดับตำนานของทีมกล่าวใน Match of the Day ว่า

“มันเหมือนทีมนี้ลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยเก่งยังไง”
“พวกเขาเล่นเหมือนกลัวจะพลาดมากกว่ากล้าที่จะชนะ”

ในช่วงที่นิวคาสเซิลพุ่งทะยานขึ้นสู่ท็อปโฟร์เมื่อฤดูกาลก่อน พลังแห่งความเชื่อคือสิ่งที่ผลักดันทีม แต่เมื่อความมั่นใจหายไป — รูปแบบการเล่นทั้งหมดก็ดูสั่นคลอน

แฟนบอลเริ่มตั้งคำถาม นี่คือช่วงขาลง หรือเพียงแค่สะดุดชั่วครา

แฟนบอลนิวคาสเซิลจำนวนมากยังคงหนุนหลังเอ็ดดี้ ฮาว แต่ความอดทนเริ่มถูกทดสอบ

ในฟอรัมแฟนคลับอย่าง Toon Army Forum มีการถกเถียงอย่างดุเดือดว่า ทีมกำลัง “ถอยหลัง” หลังจากการลงทุนอย่างมหาศาลจากกลุ่มทุนซาอุดิอาระเบีย

“เรามีขุมกำลังที่ดีกว่าเดิม แต่เล่นแย่กว่าเดิม — มันเกิดอะไรขึ้น?”
“เราไม่ต้องการเปลี่ยนโค้ช แต่เราต้องการเห็นแผนการที่ชัดเจนอีกครั้ง”

เสียงจากอัฒจันทร์ยังไม่ถึงขั้นเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลง แต่เริ่มมีแววความกังวลปรากฏอย่างเห็นได้ชัด

โค้ชลูกนิ่งจะช่วยให้เหล่ายักษ์ของสาลิกายิงได้อีกครั้งหรือไม่?

นิค โวลเตมาเด (Nick Woltemade) รู้สึกเหมือนอยู่บ้านที่นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (Newcastle United) อย่างรวดเร็ว และนั่นก็ในหลายๆ ด้าน สำหรับครั้งแรกในอาชีพของเขา กองหน้าสูง 6 ฟุต 6 นิ้ว ได้ตระหนักว่าเขาไม่ใช่ผู้เล่นที่สูงที่สุดในห้องแต่งตัวอีกต่อไป หลังจากที่เขาย้ายมาจากชุตต์การ์ท (Stuttgart) เมื่อเดือนที่แล้วด้วยค่าตัวสถิติใหม่ของสโมสร เมื่อได้อยู่ข้างๆ แดน เบิร์น (Dan Burn) ที่สูง 6 ฟุต 7 นิ้ว นักเตะชาวเยอรมันคนนี้ตอนนี้พบว่าตัวเองถูกล้อมรอบด้วยบุคคลอื่นๆ ที่มีรูปร่างที่น่าเกรงขาม รวมทั้งมาลิค เธียว (Malick Thiaw), สเวน บอทมาน (Sven Botman), โจเอลลินตัน (Joelinton) และวิลเลียม โอซูลา (William Osula) ผู้เล่นเหล่านี้ไม่ได้ลงเล่นพร้อมกันทั้งหมดในเวลาเดียวกันสำหรับนิวคาสเซิล แต่ทีมที่มีความสูงโดดเด่นนี้ยังคงมีส่วนผสมทั้งหมดที่จะสร้างภยันตรายในจังหวะลูกนิ่ง แต่จนถึงตอนนี้ มันยังไม่ค่อยเกิดขึ้นสำหรับเหล่ายักษ์ของเอ็ดดี้ ฮาว (Eddie Howe) ในด้านการทำประตูในซีซันนี้ "เรามีผู้เล่น เรามีความสูง และเรามีการเปิดลูก" หัวหน้าผู้ฝึกสอนของนิวคาสเซิลกล่าวก่อนเผชิญหน้ากับอาร์เซนัล (Arsenal) ที่เป็นปรมาจารย์ด้านลูกนิ่ง ในวันอาทิตย์ "แต่มีบางอย่างที่ยังไม่ค่อยคลิก และนั่นไม่ใช่การวิจารณ์โค้ชคนใด นั่นเป็นการวิจารณ์ตัวผมเอง" "ผมเป็นคนที่รับผิดชอบในท้ายที่สุด เราสามารถทำได้ดีกว่านั้นในแง่นั้น และเราจะทำงานเพื่อพยายามให้ดีขึ้น"

นิวคาสเซิ่ล ยกระดับ เตรียมพร้อมสู่การเป็นท็อปทีม

โวเทอมาเดอ และ แดน เบิร์น

น่าสนใจที่จะสังเกตว่า ฮาว (Howe) เคยต้องตอบคำถามที่คล้ายคลึงกันเมื่อเกือบปีที่แล้ว นิวคาสเซิลเพิ่งผ่านไปถึง 50 ครั้งโดยไม่ได้ทำประตูจากการเตะมุมในพรีเมียร์ลีก (Premier League) - แต่ในที่สุดพวกเขาก็เริ่มยิงได้อีกครั้ง เมื่อถึงเวลาที่นิวคาสเซิลไปถึงไฟนอลคาราบาว คัพ (Carabao Cup) ในเดือนมีนาคมของซีซันที่แล้ว ฮาว (Howe) แม้กระทั่งได้รู้สึกถึงโอกาส เมื่อเขาเน้นย้ำกับทีมงานว่า "ลูกนิ่ง อาจจะชนะเกมให้เราได้... มาเข้าไปในรายละเอียดที่อาจจะทำให้เราได้เปรียบ"

นิวคาสเซิลใช้เวลาอีกสองสัปดาห์ถัดมาในการทำงานเกี่ยวกับฟรีคิกและการเตะมุม หลังจากที่สังเกตเห็นจุดอ่อนของลิเวอร์พูล (Liverpool) ในพื้นที่ลึกภายในกรอบเขตโทษ กลยุทธ์เหล่านั้นไม่จำเป็นต้องได้ผลในสนามฝึก แต่หนึ่งในนั้นได้ผลเมื่อมันสำคัญที่สุดที่เวมบลีย์ เมื่อแมกไพส์ (Magpies) ไปจบการรอคอย 70 ปีสำหรับถ้วยรางวัลใหญ่ในประเทศ ประตูเปิดสกอร์ของเบิร์น (Burn) ในวันนั้นได้แสดงให้เห็นผลงานของผู้ช่วยผู้จัดการเจสัน ทินดอล (Jason Tindall) และนักวิเคราะห์ลูกนิ่ง คีแรน เทย์เลอร์ (Kieran Taylor) อย่างเรียบร้อย ซึ่งเล่นบทบาทของพวกเขาในการที่นิวคาสเซิลทำประตูได้ 13 ประตูที่น่าเคารพจากฟรีคิกและการเตะมุมในพรีเมียร์ลีกซีซันที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปริมาณงานมหาศาลที่เกี่ยวข้อง ฮาว (Howe) ได้มองหาการนำโค้ชลูกนิ่ง เพิ่มเติมเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระมาเป็นเวลาหนึ่งแล้ว

และประวัติของ มาร์ติน มาร์ค (Martin Mark) ที่มิดต์ยิลแลนด์ (Midtjylland) ซึ่งเป็นผู้นวัตกรรมด้านลูกนิ่ง  ได้ยืนหยัดได้อย่างแน่นอนเมื่อเขาเข้าร่วมนิวคาสเซิลในเดือนกรกฎาคม มิดต์ยิลแลนด์ทำประตูจากลูกนิ่ง มากกว่าทีมใดๆ (19 ประตู) ในลีกสูงสุดของเดนมาร์ก (Danish) ในซีซันที่แล้ว - แม้กระทั่งหลังจากไม่รวมลูกโทษ - และการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ลูกนิ่ง ให้สูงสุดพิสูจน์แล้วว่าสำคัญต่อการชนะแชมป์ของพวกเขาในปีก่อน คริสเตียน บัค (Kristian Bak) ซึ่งเป็นหัวหน้าด้านกีฬาของมิดต์ยิลแลนด์ กล่าวว่าความ "หิวกระหาย" ของมาร์ค (Mark) "ส่องแสงผ่านออกมาจริงๆ" ในช่วงเวลาของเขาที่ เอ็มซีเอช อารีน่า (MCH Arena) "มาร์ติน (Martin) ยืนหยัดสำหรับแนวคิดที่ว่าเราควรจะเป็นที่หนึ่งของโลกในสาขาวิชานั้น" เขากล่าวถึงเด็กหนุ่มวัย 32 ปี "สำหรับเขา ทุกวันเดียวต้องเกี่ยวข้องกับลูกนิ่ง  และการมีคนแบบนั้นคือของขวัญ"

"ความหิวกระหายและความสนใจในรายละเอียดแบบเนิร์ดของเขาแพร่กระจายไปยังหลายแผนก และเขาเก่งมากในการกระจายความสำคัญของลูกนิ่ง ไปทั่วทั้งองค์กร เขานำส่วนนั้นขึ้นไปสู่ระดับถัดไป"

ความท้าทายใหม่ที่นิวคาสเซิล ของ มาร์ติน มาร์ค

มาร์ติน มาร์ค (Martin Mark) มาถึงนิวคาสเซิลพร้อมกับชื่อเสียงที่น่าประทับใจในวงการฟุตบอลยุโรป เขาได้ทำงานร่วมกับทีมต่างๆ ในการพัฒนากลยุทธ์ลูกนิ่ง ที่มีประสิทธิภาพ และสามารถเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขันได้อย่างมีนัยสำคัญ ความเชี่ยวชาญของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเตะมุมหรือฟรีคิกธรรมดา แต่รวมถึงการวิเคราะห์จุดอ่อนของคู่แข่ง การวางตำแหน่งผู้เล่น และการสร้างสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

ในแดนมาร์ก (Denmark) มาร์ติน มาร์ค (Martin Mark) ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาสามารถทำให้ทีมที่มีความสามารถจำกัดกลายเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวในจังหวะลูกนิ่ง ได้ นี่เป็นสิ่งที่นิวคาสเซิลต้องการอย่างเร่งด่วน การมาถึงของมาร์ค (Mark) ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มบุคลากรธรรมดา แต่เป็นการลงทุนในด้านที่อาจจะตัดสินชัยชนะในการแข่งขันระดับสูง พรีเมียร์ลีกในปัจจุบันมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้น และทุกประตูมีความสำคัญ การมีความได้เปรียบในจังหวะลูกนิ่ง อาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นิวคาสเซิลสามารถแข่งขันกับทีมดังอื่นๆ ได้อย่างเสมอภาค ฮาว (Howe) เข้าใจดีว่าความสำเร็จในฟุตบอลสมัยใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเล่นลูกเปิดเพียงอย่างเดียว รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นการใช้ประโยชน์จากลูกนิ่ง อย่างมีประสิทธิภาพ อาจจะเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของทั้งฤดูกาล แม้ว่า มาร์ติน มาร์ค (Martin Mark) จะมีประวัติที่น่าประทับใจ แต่การปรับตัวเข้ากับพรีเมียร์ลีกและสไตล์การเล่นของนิวคาสเซิลยังคงเป็นความท้าทาย ผู้เล่นต้องเรียนรู้กลยุทธ์ใหม่ ต้องปรับปรุงการเคลื่อนไหว และสร้างความเข้าใจร่วมกันในจังหวะลูกนิ่ง สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความอดทน

อย่างไรก็ตาม ด้วยความสูงและความแข็งแกร่งของผู้เล่นนิวคาสเซิล หากมาร์ค (Mark) สามารถปลดล็อคศักยภาพของพวกเขาได้ ทีมจะกลายเป็นอาวุธลับที่น่ากลัวในจังหวะลูกนิ่ง  ความสำเร็จของโครงการนี้จะขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันระหว่างโค้ช ผู้เล่น และทีมงานวิเคราะห์ ในการสร้างสรรค์กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับลีกแห่งนี้

 

ศึกชิงหอกนอร์เวย์นิวคาสเซิล ยูไนเต็ดเดินเกมล่าตัว

ตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนปีนี้ของพรีเมียร์ลีกเต็มไปด้วยความดุเดือด และหนึ่งในเรื่องราวที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือการเคลื่อนไหวของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว (Eddie Howe) ที่ต้องการเสริมกองหน้าเพื่อแทนการจากไปของ คัลลัม วิลสัน (Callum Wilson)

ข่าวล่าสุดคือการที่สโมสรจากไทน์ไซด์ยื่นข้อเสนอมหาศาลถึง 50 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัว ยอร์เกน สตรานด์ ลาร์เซน (Jorgen Strand Larsen) กองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส แต่ถูกปฏิเสธโดยทันที

ภูมิหลัง: ทำไม นิวคาสเซิล ต้องการกองหน้าคนใหม่

  1. การหมดสัญญาของคัลลัม วิลสัน – กองหน้าตัวเก๋าที่เป็นขุมกำลังสำคัญของทีมหมดสัญญาและย้ายออกไป ทำให้ทีมเหลือเพียง อเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่แม้มีพรสวรรค์สูง แต่มีปัญหาเรื่องความฟิตและอาการบาดเจ็บบ่อยครั้ง

  2. ความล้มเหลวในการปิดดีลก่อนหน้า – นิวคาสเซิลได้ยื่นซื้อ โยอัน วิสซา (Yoane Wissa) ของเบรนท์ฟอร์ดสองครั้ง แต่ถูกปฏิเสธทั้งหมด

  3. แรงกดดันจากการเล่นในหลายรายการ – การได้เล่นทั้งพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรป ทำให้ทีมจำเป็นต้องมีกองหน้าที่หมุนเวียนได้

ยอร์เกน สตรานด์ ลาร์เซน: หอกนอร์เวย์ที่มาแรง

Newcastle United have had an opening offer for

  • อายุ 24 ปี

  • ทำผลงานโดดเด่นกับวูล์ฟส์ในฤดูกาลก่อน ยิงไป 14 ประตู ในการยืมตัว

  • เพิ่งถูกซื้อขาดจากเซลต้า บีโก้ ด้วยราคา 23 ล้านปอนด์

  • สไตล์การเล่น: เป็นกองหน้าตัวเป้าที่มีร่างกายแข็งแรง คุมบอลในแดนหน้าได้ดี และมีสัญชาตญาณการทำประตู

ความสามารถเหล่านี้คือสิ่งที่นิวคาสเซิลมองว่าเหมาะสมในการเข้ามาเป็นคู่หูหรือคู่แข่งของอิซัค

เหตุผลที่วูล์ฟส์ปฏิเสธทันควัน

  1. ความสำคัญของผู้เล่น – หลังจากเสีย มาเธอุส คุนญ่า ไปให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วูล์ฟส์ไม่อาจเสียกองหน้าตัวหลักอีกคนได้

  2. ระยะเวลาตลาดเหลือน้อย – ตลาดนักเตะจะปิดในวันที่ 1 กันยายน การหาตัวแทนทันทีเป็นเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้

  3. ความมุ่งมั่นของนักเตะ – กุนซือ วิตอร์ เปเรย์รา (Vitor Pereira) กล่าวยืนยันว่า ลาร์เซนยังคงมุ่งมั่นและซื่อสัตย์กับทีม

บทสัมภาษณ์สำคัญจากกุนซือ วิตอร์ เปเรย์รา

“เขาเป็นนักเตะที่สำคัญมากสำหรับเรา ผมเห็นเขาในการซ้อม เขายังมีความทุ่มเท เขาชอบชัยชนะ และเขาเป็นนักสู้”

ประโยคนี้สะท้อนว่า วูล์ฟส์ไม่เพียงแต่ปฏิเสธเพราะมูลค่า แต่ยังมองว่านักเตะคือหัวใจสำคัญในการสร้างทีมใหม่

ทางเลือกที่เหลือของนิวคาสเซิล

แม้จะถูกปฏิเสธ แต่คาดว่านิวคาสเซิลอาจกลับไปยื่นข้อเสนอที่สูงกว่า หรือหันไปหาทางเลือกอื่นก่อนตลาดปิด ซึ่งตัวเลือกมีไม่มากนัก เช่น

  • การยื่นซื้อกองหน้าจากลีกยุโรป

  • การยืมตัวนักเตะที่ไม่ได้เป็นตัวหลักในทีมใหญ่

บทเรียนจากเกมพบลิเวอร์พูล

ในเกมล่าสุดที่พบ ลิเวอร์พูล นิวคาสเซิลต้องส่ง แอนโธนี กอร์ดอน (Anthony Gordon) ลงเล่นกองหน้าจำเป็น และสุดท้ายเจ้าตัวถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม สถานการณ์นี้ยิ่งเน้นให้เห็นว่าทีมขาดกองหน้าธรรมชาติอย่างมาก

แรมสเดล เซ็นสัญญายืมตัวร่วมทีม นิวคาสเซิล ด้วยความประทับใจในตัวผู้จัดการทีม เอ็ดดี้ ฮาว

อารอน แรมสเดล (Aaron Ramsdale) ผู้รักษาประตูทีมชาติ อังกฤษ วัย 27 ปี ได้เปิดเผยว่าโอกาสที่จะได้ทำงานร่วมกับผู้จัดการทีม เอ็ดดี้ ฮาว  (Eddie Howe) อีกครั้งหนึ่ง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจเข้าร่วม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (Newcastle United) ผู้รักษาประตูดาวรุ่งคนนี้ได้ทำการย้ายแบบยืมตัวเป็นเวลาหนึ่งฤดูกาลจาก เซาธ์แฮมป์ตัน (Southampton) มายัง เดอะ แมกไพส์ (The Magpies) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยการย้ายครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งระหว่าง แรมสเดล กับ ฮาว หลังจากที่ทั้งคู่เคยทำงานร่วมกันที่ บอร์นมัธ (Bournemouth) ในอดีต เอ็ดดี้ ฮาว เคยคว้าตัว แรมสเดล มาจาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (Sheffield United) ในปี 2017 ด้วยค่าตัวประมาณ 800,000 ปอนด์ เมื่อครั้งที่เขายังเป็นผู้จัดการทีม บอร์นมัธ ความสัมพันธ์ที่ดีนี้ทำให้ แรมสเดล รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้กลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง "การได้ทำงานกับผู้จัดการทีมและทีมโค้ชอีกครั้งหนึ่งเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจฉันมาก" แรมสเดล กล่าว "พวกเขามีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ต่ออาชีพของฉันแล้ว และโค้ชใหญ่ได้เปลี่ยนฉันจากเด็กหนุ่มธรรมดาให้เป็นนักฟุตบอลมืออาชีพที่ บอร์นมัธ" เขาเสริมต่อว่า "เขาได้แสดงให้ฉันเห็นถึงเส้นทางที่ถูกต้อง ดังนั้นผู้จัดการทีมและทีมโค้ชจึงเป็นจุดขายที่สำคัญที่ทำให้ฉันตัดสินใจมาที่นี่"

เจาะกลยุทธ์การซื้อนักเตะของนิวคาสเซิล ในฤดูกาลนี้

อาร่อน แรมส์เดล นิวคาสเซิ่ล32

นิวคาสเซิล หันมาให้ความสนใจกับ แรมสเดล หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ได้คว้าตัว เจมส์ แทรฟฟอร์ด (James Trafford) จาก เบิร์นลีย์ (Burnley) ซึ่งเป็นเป้าหมายเดิมของ นิวคาสเซิล ไปแล้ว ผู้รักษาประตูรายนี้กลายเป็นการเสริมทัพครั้งที่สามของ เดอะ แมกไพส์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากการคว้าตัว แอนโทนี่ เอลางงา (Anthony Elanga) จาก น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ (Nottingham Forest) และ อันโตนิโอ คอร์เดโร (Antonio Cordero) จาก มาลากา (Malaga) ขณะเดียวกัน นิวคาสเซิล ก็ได้ปฏิเสธข้อเสนอจาก ลิเวอร์พูล (Liverpool) ที่ต้องการคว้าตัว อเล็กซานเดอร์ อิซัค (Alexander Isak) กองหน้าชาว สวีเดน (Sweden) ด้วยมูลค่าประมาณ 110 ล้านปอนด์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สโมสรซึ่งมีความกระตือรือร้นที่จะเก็บตัว อิซัค ไว้ ได้ตีราคานักเตะคนนี้ไว้ที่ประมาณ 150 ล้านปอนด์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าที่พวกเขามองเห็นในตัวกองหน้าดาวรุ่งคนนี้

การเปรียบเทียบ แรมสเดล กับผู้รักษาประตูคนเก่า อย่าง นิค โป๊ป

เมื่อ นิค โป๊ป (Nick Pope) ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมที่ อิตาลี (Italy) ที่สนามซาน ซิโร (San Siro) ในเดือนกันยายน 2022 เขากลายเป็นผู้รักษาประตูคนแรกของ นิวคาสเซิล ที่ได้รับเรียกตัวขึ้นทีมชาติ อังกฤษ ระดับอาวุโสในรอบ 121 ปี สามปีต่อมา เดอะ แมกไพส์ ก็มีผู้รักษาประตูทีมชาติ อังกฤษ คนที่สองในทีม อย่างไรก็ตาม แฟนบอล นิวคาสเซิล อาจมีความกังวลบ้างเมื่อต้องรับนักเตะที่เคยประสบกับการตกชั้นร่วมกับสี่สโมสรที่แตกต่างกัน แรมสเดล เคยอยู่ในทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ที่ตกชั้นด้วยคะแนนเพียง 12 แต้มในฤดูกาลที่แล้ว นอกจากนี้ เขายังเคยตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก (Premier League) ร่วมกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2020-21, บอร์นมัธ ในฤดูกาล 2019-20 และประสบกับการตกชั้นไป ลีกทู (League Two) ขณะที่ถูกยืมตัวไปที่ เชสเตอร์ฟิลด์ (Chesterfield) เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว ในฤดูกาลที่แล้ว แรมสเดล ได้เสียประตูไป 66 ลูก และสามารถคลีนชีตได้เพียง 3 เกมจากการลงสนาม 30 นัดในลีกระดับท็อป โดยรวมแล้ว เขาได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ไป 183 เกม ซึ่งน้อยกว่า นิค โป๊ป ผู้รักษาประตูคนปัจจุบันของ นิวคาสเซิล เพียง 38 เกมเท่านั้น นิวคาสเซิล ยังมี มาร์ติน ดูบราฟกา (Martin Dubravka) ซึ่งแสดงฟอร์มได้ดีเมื่อได้รับโอกาสในฤดูกาลที่แล้ว แต่เขาจะมีอายุครบ 37 ปีในเดือนมกราคม ดังนั้นการคว้าตัว แรมสเดล จึงถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต การที่ แรมสเดล เข้าร่วม นิวคาสเซิล แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสรในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งและมีความลึกในทุกตำแหน่ง ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเขากับ เอ็ดดี้ ฮาว อาจเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของผู้รักษาประตูรายนี้ ด้วยประวัติการทำงานร่วมกันที่ประสบความสำเร็จในอดีต การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับทั้ง แรมสเดล และ นิวคาสเซิล ในการไขว่คว้าความสำเร็จในฤดูกาลนี้ การเสริมทัพครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของ นิวคาสเซิล ในการกลับสู่การแข่งขันในระดับยุโรป และการมีผู้รักษาประตูที่มีประสบการณ์ระดับทีมชาติอย่าง แรมสเดล จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมอย่างแน่นอน นอกจากเรื่องของตำแหน่งผู้รักษาประตู ที่มีการปรับเปลี่ยนแล้ว แน่นอนว่าความวุ่นในตำแหน่งกองหน้า ก็กำลังระอุ เช่นกัน การต้องการย้ายของ อิซัค รวมถึงการแย่งตัว ดาวยิงจาก ไลป์ซิก อย่าง เบนจามิน เชสโก้ ที่หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าจะนำมาแทนที่ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ก็ต้องไปลุ้นกับ แมฯ ยูไนเต็ด อีก ว่าสุดท้ายแล้วตัวนักเตะจะเลือกไปอยู่ทีมไหนกันแน่ ถือเป็นซัมเมอร์ที่วุ่นวายอย่างแท้จริงของ สาลิกาดง นิวคาสเซิ่ล

ฮาว เผยสถานการณ์ของ อิซัค อยู่ที่ความเหมาะสมเท่านั้น

สถานการณ์การตัดสินใจอนาคตของ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ( Alexander Isak ) "ต้องเหมาะสมกับ นิวคาสเซิล" เอ็ดดี้ ฮาว ( Eddie Howe ) ผู้จัดการทีมกล่าว กองหน้าชาว สวีเดน วัย 25 ปี กำลังพิจารณาอนาคตของเขาที่สโมสรท่ามกลางความสนใจจาก ลิเวอร์พูล หลังจากการแสดงที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา อิซัค ( Isak ) ไม่ได้เดินทางไปกับทีมไป สิงคโปร์ ในวันพฤหัสบดี โดย นิวคาสเซิล อ้างว่าเขามีอาการบาดเจ็บที่ต้นขา แต่แหล่งข่าวเผยว่านักเตะชาว สวีเดน ต้องการพิจารณาการย้ายทีม แหล่งข่าวได้บอกกับ บีบีซี สปอร์ต ( BBC Sport ) ว่า ลิเวอร์พูล ยังคงสนใจนักเตะวัย 25 ปี แม้ว่าจะได้เซ็นสัญญากับ ฮูโก้ เอกิติเก้ ( Hugo Ekitike ) กองหน้าจาก ไอน์ทรัคท์ แฟรงค์เฟิร์ต ( Eintracht Frankfurt ) ด้วยค่าตัวเริ่มต้น 69 ล้านปอนด์แล้วก็ตาม

เอ็ดดี้ ฮาว ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณี อเล็กซานเดอร์ อิซัค กับอนาคตต่อทีม

อเล็กซานเดอร์ อิซาค นิวคาสเซิ่ล

ก่อนเกมกระชับมิตรกับ อาร์เซนอล ( Arsenal ) ในวันอาทิตย์ ฮาว ( Howe ) กล่าวว่า "แน่นอนว่ามีหลายสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลัง เขาคงทราบดีว่าเขาติดข่าวทุกวัน และผมมั่นใจว่านั่นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครในสถานการณ์แบบนี้" "การสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่าง อเล็กซ์ ( Alex ) กับสโมสร หรือ อเล็กซ์ กับผม จะยังคงเป็นความลับด้วยเหตุผลที่ชัดเจน เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมสำหรับเราตั้งแต่เข้ามาร่วมทีม เขาได้รับความนิยมมากในห้องแต่งตัว" ผู้จัดการทีมชาว อังกฤษ เน้นย้ำว่า "เราอยากให้เขาดำเนินเส้นทางต่อไปกับ นิวคาสเซิล แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต้องเหมาะสมกับ นิวคาสเซิล" อิซัค ( Isak ) ที่เซ็นสัญญาจาก เรอัล โซเซียดาด ( Real Sociedad ) ในเดือนสิงหาคม 2022 ด้วยค่าตัวประมาณ 60 ล้านปอนด์ มีสัญญากับสโมสรจนถึง มิถุนายน 2028 เขายิงไป 27 ประตูใน 42 เกมในทุกรายการให้กับ นิวคาสเซิล ในฤดูกาลที่แล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากที่ อิซัค ( Isak ) พลาดเกมกระชับมิตรที่แพ้ เซลติก ( Celtic ) 4-0 ฮาว ( Howe ) กล่าวว่านักเตะ "แน่นอน" จะเป็นส่วนหนึ่งของทีมสำหรับเกมใน สิงคโปร์ และ เกาหลีใต้

ฮาว ยังคงบอกแค่ว่า อิซัค นั้นไม่มาเพราะพักฟื้น เรื่องอาการบาดเจ็บเท่านั้น 

ฮาว ( Howe ) บอกว่า อิซัค ( Isak ) อยู่ที่ นิวคาสเซิล เพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บ และเสริมว่า "หวังว่าเขาจะกลับมาเร็วๆ นี้และลงเล่นในเสื้อสีดำและขาว นั่นคือสิ่งที่เราทุกคนต้องการเห็น" เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า "เขาพูดถึงอาการปวดต้นขาครั้งแรกก่อนเกม เซลติก ( Celtic ) เราคิดว่าเป็นอาการบาดเจ็บเล็กน้อยมาก ไม่มีอะไรร้ายแรง ผมคิดว่าในวันจันทร์หลังเกม เซลติก ( Celtic ) เขาเข้าไปฝึกซ้อมเร็วมากแต่รู้สึกไม่ดี" ฮาว ( Howe ) กล่าวว่าเขายังไม่ได้ติดต่อโดยตรงกับคณะกรรมการของ นิวคาสเซิล เกี่ยวกับอนาคตของ อิซัค ( Isak ) แต่เสริมว่าการเจรจาสัญญาใดๆ จะเกิดขึ้น "ในภายหลัง" เมื่อถูกถามว่า อิซัค ( Isak ) จะอยู่หรือไม่ เขาตอบว่า "ผมพูดหลังเกม เซลติก ( Celtic ) ว่าผมหวังให้เขาอยู่และผมมั่นใจว่าเขาจะอยู่ ผมไม่เห็นสิ่งใดที่จะเปลี่ยนความคิดเห็นของผมในตอนนี้ แต่นี่คือฟุตบอลและใครจะรู้ว่าอนาคตจะนำอะไรมา" ผู้จัดการทีมเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของสโมสร "เราอยู่ในฐานะที่แข็งแกร่งมากทางการเงิน เรามุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จและมีความทะเยอทะยาน เรามีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมรออยู่ข้างหน้าและเราต้องการเสริมทัพและพัฒนาต่อไป การเดินทางจะดำเนินต่อไปในทิศทางที่ดีขึ้นและนั่นคือสิ่งที่เราทุกคนต้องการ" สถานการณ์ของ อิซัค ( Isak ) กลายเป็นหัวข้อร้อนในตลาดนักเตะช่วงนี้ หลังจากการแสดงที่โดดเด่นในฤดูกาลก่อน นักเตะชาว สวีเดน ได้กลายเป็นเป้าหมายของหลายสโมสรใหญ่ โดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล ที่ต้องการกำลังใหม่ในแนวรุก การที่ อิซัค ( Isak ) ไม่เดินทางไปกับทีมในทัวร์เอเชีย ทำให้เกิดการคาดเดาเรื่องอนาคตของเขามากขึ้น แม้ว่า นิวคาสเซิล จะอ้างเหตุผลจากอาการบาดเจ็บ แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าอาจมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง

ในทางของ ลิเวอร์พูล สโมสรได้เสริมแนวรุกด้วยการคว้าตัว เอกิติเก้ ( Ekitike ) มาแล้ว แต่ความต้องการนักเตะคุณภาพสูงยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะนักเตะที่มีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกอย่าง อิซัค ( Isak ) สำหรับ นิวคาสเซิล การเก็บตัว อิซัค ( Isak ) ไว้ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อแผนการของทีมในฤดูกาลหน้า นักเตะชาว สวีเดน เป็นหนึ่งในเสาหลักของทีมและการสูญเสียเขาจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อความสามารถในการแข่งขัน ฮาว ( Howe ) ยังคงแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถรักษาตัว อิซัค ( Isak ) ไว้ได้ โดยอ้างถึงความแข็งแกร่งทางการเงินและโครงการระยะยาวของสโมสร ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของนักเตะ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงไม่แน่นอน และการเจรจาในเบื้องหลังอาจเป็นตัวกำหนดอนาคตของ อิซัค ( Isak ) ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ทั้งแฟนบอล นิวคาสเซิล และ ลิเวอร์พูล ต่างรอติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

sbobet withdrawสมัครสมาชิก sbobet registerแจ้งฝากเงิน sbobet topupแจ้งถอนเงิน
register sbobet
contact line
callcenter sbobet