ซันเดอร์แลนด์ เล็งคว้า มิดฟิลด์ อดีต แข้ง อาร์เซน่อล อีกราย หลังความสำเร็จของ กรานิต ชาก้า

หลังจาก สร้างผลงานสุดเซอร์ไพรส์ บนเวที พรีเมียร์ลีก (Premier League) ได้อย่างน่าทึ่ง สโมสร ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา กำลังตกเป็นข่าวว่าเตรียมเดินหน้า เสริมทัพครั้งสำคัญในตลาดนักเตะช่วงเดือน มกราคม โดยเป้าหมายล่าสุดคือการคว้าตัว มิดฟิลด์ อดีตนักเตะ อาร์เซน่อล (Arsenal) อีกหนึ่งรายมาร่วมทีม หลังจากความสำเร็จของ กรานิต ชาก้า (Granit Xhaka) ที่เข้ามายกระดับแดนกลางได้อย่างชัดเจน การกลับมาเล่นในลีกสูงสุดของ อังกฤษ ของ ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) ภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวฝรั่งเศส เรฌิส เลอ บริส (Regis Le Bris) กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของฤดูกาลนี้ โดยพวกเขาสามารถคว้าชัยชนะในรอบเพลย์ออฟของ แชมเปี้ยนชิพ (Championship) เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และกลับสู่ พรีเมียร์ลีก (Premier League) ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

และไม่เพียงแค่ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดเท่านั้น แต่ผลงานในช่วงต้นฤดูกาลของ ซันเดอร์แลนด์ ถือว่าเหนือความคาดหมายอย่างมาก หลังผ่านการแข่งขันไป 11 นัด พวกเขาแพ้เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น พร้อมขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 ของตารางคะแนนได้อย่างน่าประทับใจ หนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้ทีม “แมวดำ” กลายเป็นทีมที่น่าจับตามอง คือการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยนักเตะใหม่ที่โดดเด่นมากที่สุดคือ กองกลางตัวเก๋าอย่าง กรานิต ชาก้า (Granit Xhaka) ที่ย้ายมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (Bayer Leverkusen) การเข้ามาของ ชาก้า (Xhaka) ทำให้แดนกลางของ ซันเดอร์แลนด์ มีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องการควบคุมจังหวะเกม ประสบการณ์ในเวทีระดับสูง และภาวะผู้นำ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมทันทีอีกด้วย

เลอ บริส เปิดโอกาสคว้า เก็นดูซี อดีตลูกศิษย์ร่วมทีมอีกครั้ง

เก็นดูซี่ จอย ซันเดอร์แลนด์

จากความสำเร็จของ กรานิต ชาก้า (Granit Xhaka) ทำให้บอร์ดบริหารของ ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) รวมถึงกุนซืออย่าง เรฌิส เลอ บริส (Regis Le Bris) เริ่มพิจารณานักเตะอดีตทีม อาร์เซน่อล (Arsenal) อีกหนึ่งราย นั่นคือ มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส มัตเตโอ เก็นดูซี (Matteo Guendouzi) มัตเตโอ เก็นดูซี (Matteo Guendouzi) เคยเล่นให้กับ อาร์เซน่อล (Arsenal) ในช่วงฤดูกาล 2018/19 และ 2019/20 หลังย้ายมาจากสโมสรในฝรั่งเศสอย่าง ลอริยองต์ (Lorient) ซึ่งน่าสนใจว่า ตอนนั้นเขาอยู่ภายใต้การคุมทีมของ เรฌิส เลอ บริส (Regis Le Bris) ในทีมชุด เบ ของ ลอริยองต์ มาก่อนอีกด้วยความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ และยังคงติดต่อกันอยู่เรื่อยมา แม้ว่าเส้นทางอาชีพของ เก็นดูซี จะพาเขาออกจาก อังกฤษ ไปเล่นในต่างประเทศก็ตาม ในช่วงที่เล่นให้กับ อาร์เซน่อล (Arsenal) นั้น มัตเตโอ เก็นดูซี (Matteo Guendouzi) ลงสนามไปทั้งหมด 54 นัด โดยหลายเกมเขาก็จับคู่เล่นในแดนกลางร่วมกับ กรานิต ชาก้า (Granit Xhaka) ซึ่งทั้งคู่เคยเป็นคู่มิดฟิลด์หลักของทีมอยู่ช่วงหนึ่ง แต่หลังจากนั้น เก็นดูซี ก็ถูกปล่อยตัวให้ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน (Hertha Berlin) ทีมจากประเทศ เยอรมนี ยืมตัวไปใช้งาน ก่อนย้ายไปอยู่กับ โอลิมปิก มาร์กเซย (Marseille) ทีมดังจาก ลีก เอิง (Ligue 1) ของ ฝรั่งเศส ในรูปแบบยืมตัวเช่นกัน

ผลงานที่ยอดเยี่ยมกับ มาร์กเซย ทำให้สโมสรตัดสินใจซื้อขาดเขาในเวลาต่อมา ก่อนที่ในปี 2023 เขาจะย้ายไปร่วมทีม ลาซิโอ (Lazio) สโมสรยักษ์ใหญ่ของ กัลโช่ เซเรีย อา (Serie A) ของ อิตาลี แบบยืมตัว พร้อมออปชั่นซื้อขาด ซึ่ง ลาซิโอ ก็เลือกใช้ออปชั่นนั้นในฤดูกาลถัดมา ปัจจุบัน เก็นดูซี ถือเป็นหนึ่งในกองกลางตัวหลักของ ลาซิโอ (Lazio) ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน วิ่งไม่มีหมด และสามารถเล่นได้ทั้งเกมรับและเกมรุก ตามรายงานจากนักข่าวคนดังอย่าง ฟาบริซิโอ โรมาโน่ (Fabrizio Romano) กุนซือของ ซันเดอร์แลนด์ อย่าง เรฌิส เลอ บริส (Regis Le Bris) ได้ออกมายอมรับว่า เขายังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกศิษย์เก่าอย่าง เก็นดูซี อยู่เสมอ เขากล่าวว่า  “พวกเรายังมีการติดต่อกับนักเตะหลายคน และ มัตเตโอ เก็นดูซี (Matteo Guendouzi) ก็เป็นหนึ่งในนั้น ผมเคยทำงานร่วมกับเขาที่ ลอริยองต์ (Lorient) และเราก็ยังคงติดต่อกันอยู่” คำพูดนี้ยิ่งทำให้กระแสข่าวเชื่อมโยงระหว่าง ซันเดอร์แลนด์ กับ เก็นดูซี มีน้ำหนักมากขึ้น แม้ว่าการย้ายทีมในเดือน มกราคม จะยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดก็ตาม

หากดีลเกิดขึ้นจริง จะส่งผลอย่างไรต่อ ซันเดอร์แลนด์ บ้าง

หาก ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) สามารถคว้าตัว มัตเตโอ เก็นดูซี (Matteo Guendouzi) มาร่วมทีมได้จริง จะถือว่าเป็นการยกระดับทีมครั้งสำคัญอย่างมาก เพราะเขาจะได้กลับมาประสานงานกับ กรานิต ชาก้า (Granit Xhaka) อีกครั้ง ซึ่งทั้งสองคนรู้ใจกันดีจากช่วงเวลาที่เล่นร่วมกันใน อาร์เซน่อล (Arsenal) นอกจากนี้ เสริมด้วยแท็กติกของ เรฌิส เลอ บริส (Regis Le Bris) ที่เน้นเกมแดนกลางที่เข้มข้นและการเพรสซิ่งที่ดุดัน คู่กลาง ชาก้า–เก็นดูซี น่าจะทำให้ ซันเดอร์แลนด์ กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งและน่ากลัวมากขึ้นไปอีกใน พรีเมียร์ลีก (Premier League) ไม่เพียงแค่เรื่องฟอร์มในสนามเท่านั้น แต่ในเชิงภาพลักษณ์ของสโมสร การดึงนักเตะระดับทีมชาติ ฝรั่งเศส และอดีตแข้ง อาร์เซน่อล มาได้อีกคน ก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับแบรนด์ของ ซันเดอร์แลนด์ อย่างมาก การที่ ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) กลับมาสู่เวที พรีเมียร์ลีก (Premier League) พร้อมทำผลงานได้เหนือความคาดหมาย ถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวสุดน่าประทับใจของฤดูกาลนี้ และหากพวกเขาสามารถคว้าตัว มัตเตโอ เก็นดูซี (Matteo Guendouzi) มาร่วมทีมได้จริงในเดือน มกราคม ก็ยิ่งตอกย้ำความทะเยอทะยานของสโมสรในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งระยะยาว จากลูกศิษย์ในอดีต สู่โอกาสกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในเวทีสูงสุดของ อังกฤษ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองอย่างยิ่งของแฟนบอลทั่วโลก ว่าดีลนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับทัพ “แมวดำ” ได้มากแค่ไหนในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล

ป้ายโฆษณาตัวป่วน วิธีการอันแยบยล ที่ ซันเดอร์แลนด์ ใช้ได้ผลกับ อาร์เซน่อล

เมื่อ Sunderland ทีมม้ามืดแห่งฤดูกาลนี้สร้างความประหลาดใจด้วยการเสมอ Arsenal 2-2 ในศึก Premier League เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลายคนต่างตั้งคำถามว่าทีมที่ถูกคาดหมายว่าจะตกชั้นก่อนฤดูกาลเริ่มต้น สามารถหยุดยั้งทีมจ่าฝูงที่กำลังมาแรงที่สุดในลีกได้อย่างไร คำตอบนั้นอยู่ที่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของ Regis le Bris (เรจิส เลอ บรีส) ผู้จัดการทีมชาว Sunderland Arsenal (อาร์เซนอล) เดินทางมายัง Stadium of Light ด้วยฟอร์มที่น่าเกรงขามอย่างยิ่ง พวกเขากำลังมองหาชนะติดต่อกันเป็นเกมที่ 11 และพร้อมที่จะทำสถิติคลีนชีตติดต่อกันเป็นนัดที่ 9 ซึ่งจะเป็นสถิติใหม่ของสโมสร หากพวกเขาชนะในเกมนี้ จะทำให้ขยับห่างจากทีมรองจ่าฝูงไปถึง 8 แต้มในตอนท้ายวัน

แต่ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ที่กำลังนั่งอยู่ในโซนยุโรปอย่างน่าประหลาดใจ ไม่ได้มีแผนจะให้ Arsenal (อาร์เซนอล) ทำสิ่งเหล่านั้นได้ง่ายๆ ภายใต้การนำของ Regis le Bris (เรจิส เลอ บรีส) Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ได้วางแผนอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อหยุดยั้งเครื่องจักรรุกของ Arsenal (อาร์เซนอล)

กลยุทธ์ป้ายโฆษณา กับ ไอเดียอัจฉริยะ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เข้าถึงรายละเอียด

ซันเดอร์แลนด์ 2-2 อาร์เซน่อล

หนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าสนใจที่สุดของ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) คือการเคลื่อนย้ายป้ายโฆษณารอบสนามให้เข้ามาใกล้เส้นข้างสนามมากกว่าปกติ สิ่งนี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันมีผลกระทบอย่างมากต่อหนึ่งในอาวุธที่ Arsenal (อาร์เซนอล) ใช้อย่างมีประสิทธิภาพในฤดูกาลนี้ Arsenal (อาร์เซนอล) ในฤดูกาลนี้ไม่ได้เล่นแบบครอบครองลูกและส่งบอลสั้นอย่างเดียวเหมือนในอดีต พวกเขาได้พัฒนาเกมที่ตรงไปตรงมามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถานการณ์ลูกตาย การโยนลูกเข้าไกลก็กลายเป็นอาวุธสำคัญของพวกเขาเช่นกัน ด้วยการเคลื่อนป้ายโฆษณาเข้ามาใกล้มากขึ้น Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ได้จำกัดพื้นที่ที่ผู้เล่น Arsenal (อาร์เซนอล) จะใช้วิ่งเพื่อสร้างโมเมนตัมในการโยนลูกเข้าไกล นี่คือการวางแผนที่ละเอียดถึงรายละเอียดเล็กๆ ที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ เมื่อถูกถามหลังเกมว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่ Regis le Bris (เรจิส เลอ บรีส) กล่าวว่า "เราพยายามค้นหารายละเอียดต่างๆ เพื่อชนะเกม พวกเขาแข็งแกร่งมากในสถานการณ์ลูกตาย เราก็เก่งเช่นกัน และภัยคุกคามนี้มีความสำคัญมากสำหรับเกมนี้ และในที่สุดมันก็สมดุลกัน" กลยุทธ์นี้ได้ผลอย่างมาก Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) สามารถจำกัด Arsenal (อาร์เซนอล) ให้ได้มุมเพียงแค่ 2 ครั้งตลอดเกม ซึ่งเท่ากับจำนวนมุมที่ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ได้เอง นี่เป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมาก เมื่อเทียบกับว่า Arsenal (อาร์เซนอล) มักจะครอบงำเกมและได้มุมมากกว่าฝ่ายตรงข้ามอย่างมาก การที่ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) สามารถลดจำนวนมุมของ Arsenal (อาร์เซนอล) ลงได้นั้น แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้แค่ป้องกันดี แต่ยังสามารถควบคุมเกมและไม่ให้ Arsenal (อาร์เซนอล) สร้างสถานการณ์อันตรายได้ตามต้องการ แต่กลยุทธ์ของ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ไม่ได้จบแค่การป้องกันเท่านั้น พวกเขายังมีแผนการโจมตีที่ชัดเจน นำโดย Granit Xhaka (กรานิต ชาก้า) กัปตันทีมผู้ทรงคุณค่า ซึ่งเคยเล่นให้กับ Arsenal (อาร์เซนอล) มาก่อน

Xhaka (ชาก้า) ดูเหมือนจะมีความสุขอย่างยิ่งที่ได้กลับมารบกวนทีมเก่าของเขา เขานำทีม Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ด้วยการเล่นที่ก้าวร้าวและกล้าเข้าดวลมาตั้งแต่นัดแรก พวกเขาไม่กลัวที่จะเข้าประชิดตัวและกดดันผู้เล่น Arsenal (อาร์เซนอล) ตลอดเกม การเล่นที่ก้าวร้าวนี้ทำให้ Arsenal (อาร์เซนอล) รู้สึกไม่สบายและไม่สามารถเล่นเกมของตัวเองได้อย่างราบรื่นเหมือนที่เคยทำมา Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ไม่ได้มาเพื่อเล่นเชิงรับอย่างเดียว แต่พวกเขามีแผนที่จะสร้าง "ความโกลาหล" ให้กับเกมของ Arsenal (อาร์เซนอล)

แดน บัลลาร์ด ผู้ทำลายสถิติคลีนชีต ของ ไอ้ปืนใหญ่ กับกฏยิงประตูทีมเก่า

ความพยายามของ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ได้รับรางวัลในครึ่งแรก เมื่อ Dan Ballard (แดน บัลลาร์ด) ทำประตูให้ทีมขึ้นนำ 1-0 นี่เป็นประตูแรกที่ Arsenal (อาร์เซนอล) เสียตั้งแต่เดือนกันยายน ทำลายสถิติคลีนชีตติดต่อกันที่พวกเขาสร้างมาประตูนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขบนกระดานคะแนน แต่มันยังเป็นการส่งสัญญาณว่า Arsenal (อาร์เซนอล) ไม่ได้แกร่งกล้าอย่างที่คิดเสมอไป และ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) มีความสามารถที่จะท้าทายทีมใหญ่ๆ ได้ แม้จะตามหลังอยู่ แต่ Arsenal (อาร์เซนอล) ก็แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของทีมจ่าฝูง พวกเขาสามารถกลับมาทำประตูได้ 2 ลูกในครึ่งหลัง พลิกสกอร์เป็น 2-1 นำ ในช่วงเวลานั้น ดูเหมือนว่า Arsenal (อาร์เซนอล) จะสามารถควบคุมเกมและเอาชนะไปได้ตามคาด แต่ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ แม้จะตามหลังอยู่ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ก็ยังคงบุกหน้าอย่างกล้าหาญ พวกเขาเชื่อว่าสามารถทำประตูเสมอได้ และความเชื่อนั้นก็กลายเป็นจริง ในนาทีที่ 4 ของเวลาทดเวลาบาดเจ็บ Brian Brobbey (ไบรอัน บรอบเบย์) ได้ทำประตูอันน่าทึ่งด้วยการตีโพสต์จากลูกบอลที่ถูกชิปเข้ามาในกรอบเขตโทษและถูกโหม่งต่อมายังริมเขตหกหลา ประตูนี้ทำให้เกิดฉากการเฉลิมฉลองอย่างดุเดือดทั้งบนสนามและบนอัฒจรรย์ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ได้แต้มอันมีค่ามาครอง และแฟนบอล Arsenal (อาร์เซนอล) ทั่ว England (อิงแลนด์) คงจะไม่พอใจกับผลการแข่งขันนี้ การเสมอกันนี้มีความหมายมากกว่าแค่หนึ่งแต้มสำหรับ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) มันเป็นการพิสูจน์ว่าพวกเขาไม่ใช่แค่ทีมที่โชคดีที่อยู่ในโซนยุโรป แต่เป็นทีมที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันกับทีมใหญ่ๆ ได้จริงๆ สำหรับ Arsenal (อาร์เซนอล) การทำแต้มตกนี้อาจมีผลกระทบต่อการแข่งขันแชมป์ พวกเขาพลาดโอกาสที่จะขยับห่างจากทีมรองจ่าฝูงไปถึง 8 แต้ม และยังเสียสถิติคลีนชีตที่พวกเขาสร้างมาอีกด้วย เกมนี้แสดงให้เห็นว่าในฟุตบอล รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ สามารถสร้างความแตกต่างได้มาก การวางแผนที่ดี การศึกษาจุดอ่อนของคู่แข่ง และการใช้ทุกกลยุทธ์ที่อยู่ในกรอบกติกาเพื่อได้เปรียบ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมเล็กๆ สามารถท้าทายทีมใหญ่ได้ Regis le Bris (เรจิส เลอ บรีส) และ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ได้แสดงให้เห็นว่าด้วยการเตรียมตัวที่ดี ความกล้าหาญ และความเชื่อมั่น ทีมไหนก็สามารถสร้างผลงานที่น่าประหลาดใจได้ในฤดูกาลนี้ของ Premier League (พรีเมียร์ ลีก)

กรานิต ชาก้าหัวใจแห่งซันเดอร์แลนด์ การเซ็นสัญญาแห่งฤดูกา

ฤดูกาลนี้พรีเมียร์ลีกเต็มไปด้วยเรื่องราวเหนือความคาดหมาย — จากการกลับมาของทีมเก่าที่เคยหล่นชั้น จากการแจ้งเกิดของดาวรุ่งหน้าใหม่ ไปจนถึงการสร้างตำนานบทใหม่ของนักเตะที่หลายคนเคยคิดว่า “หมดไฟ” ไปแล้ว

และหนึ่งในเรื่องราวที่น่าประทับใจที่สุดก็คือ กรานิต ชาก้า (Granit Xhaka) กับสโมสร ซันเดอร์แลนด์ ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับมาจากแชมเปียนชิพ แต่กลับสร้างความประทับใจด้วยฟอร์มการเล่นอันแข็งแกร่งและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้

การมาของชาก้าในซัมเมอร์ปีนี้ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงคุณภาพของทีมในสนาม แต่ยังเปลี่ยนวัฒนธรรมทั้งสโมสร — จากทีมที่หลายคนคาดว่าจะต้องหนีตกชั้น กลายเป็นทีมที่ยืนอยู่ใน ท็อปโฟร์ ของตารางพรีเมียร์ลีก หลังผ่านหนึ่งในสี่ของฤดูกาล

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

ซัมเมอร์ปี 2025 ซันเดอร์แลนด์ตกเป็นข่าวกับนักเตะมากมาย แต่เมื่อมีข่าวว่าพวกเขาเตรียมคว้าตัว “อดีตกัปตันทีมอาร์เซนอล” วัย 33 ปี อย่างกรานิต ชาก้า ด้วยค่าตัวเพียง 13 ล้านปอนด์ หลายคนถึงกับยกคิ้วด้วยความสงสัย

“ทำไมต้องเป็นเขา?”
“อายุขนาดนี้ยังจะวิ่งไหวเหรอ?”
“ลีกอังกฤษไม่เหมาะกับเขาแล้วมั้ง?”

เสียงวิจารณ์เหล่านั้นดังขึ้นจากแทบทุกมุมของโซเชียลมีเดีย

แต่ไม่ถึงครึ่งฤดูกาลหลังเปิดสนาม เสียงเหล่านั้นเงียบลงทันที เมื่อชาก้าพิสูจน์ให้เห็นว่า — เขาไม่ได้กลับมาเพื่อเกษียณ แต่กลับมาเพื่อ “สร้างประวัติศาสตร์บทใหม่”

จาก ปัญหาในห้องแต่งตัว สู่ ผู้นำที่ทุกคนเคารพ

has taken Sunderland to top four

ย้อนกลับไปในปี 2019 ชาก้าเคยตกเป็นเป้าของเสียงวิจารณ์อย่างหนักในยุคอาร์เซนอล เขามีปัญหากับแฟนบอล ถูกปลดจากตำแหน่งกัปตันทีม และถูกคาดว่าจะย้ายออกจากพรีเมียร์ลีกไปแบบไม่มีวันหวนกลับ

แต่ชาก้าเลือกที่จะ “สู้ต่อ” เขาพัฒนาเกมของตัวเองภายใต้การดูแลของมิเกล อาร์เตต้า และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนปืนใหญ่กลับมารักอีกครั้ง

เมื่อเขาย้ายไปไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นในเยอรมนี เขาก็ช่วยทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แล้วจากนั้น ซันเดอร์แลนด์ก็กลายเป็นสถานีต่อไป

สำหรับหลายคน นี่อาจเป็นเพียงดีล “ปิดท้ายอาชีพ” ของนักเตะวัย 33 ปี
แต่สำหรับชาก้า มันคือ โอกาสใหม่ในการสร้างคุณค่าให้กับทีมที่เชื่อในตัวเขา

เขาคือการเซ็นสัญญาแห่งฤดูกาล

คำกล่าวนี้มาจาก เจมี คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูล ที่กล่าวผ่านรายการ Sky Sports ว่า

“เขาคือการเซ็นสัญญาแห่งฤดูกาลแน่นอน ไม่มีใครในพรีเมียร์ลีกตอนนี้ที่ส่งอิทธิพลต่อทีมได้มากขนาดเขา”

และหลังเกมที่ซันเดอร์แลนด์เปิดบ้านเสมอเอฟเวอร์ตัน 1-1 ซึ่งชาก้าซัดประตูสุดสวยจากนอกกรอบเขตโทษ คาร์ราเกอร์ยังเสริมอีกว่า

“เขาโดดเด่นกว่าทุกคนในสนาม เขาคือหัวใจของทีม และยกระดับทุกคนรอบตัวให้ดีขึ้น”

คำยกย่องนี้ไม่ได้เกินจริงเลย เพราะตัวเลขและผลงานของชาก้าพูดแทนทั้งหมด

ซันเดอร์แลนด์ คว้า มาซูอากู เป็นนักเตะคนที่ 10 ในช่วงซัมเมอร์

อาร์เธอร์ มาซูอากู เตรียมกลับสู่ พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง ซันเดอร์แลนด์ ( Sunderland ) ได้คว้าตัว อาร์เธอร์ มาซูอากู ( Arthur Masuaku ) อดีตแบ็กซ้ายของ เวสต์แฮม ( West Ham ) มาเป็นนักเตะคนที่ 10 ในช่วงซัมเมอร์นี้ ขณะที่พวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับการกลับคืนสู่ พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) อีกครั้ง นักเตะอิสระ มาซูอากู ( Masuaku ) ได้ลงนามในสัญญา 2 ปี ซึ่งยังรออนุมัติจากองค์กรระหว่างประเทศ หลังจากที่เขาออกจาก เบซิกตาส ( Besiktas ) เมื่อต้นซัมเมอร์ที่ผ่านมา

การเสริมทัพของ ซันเดอร์แลนด์ ที่บ้าคลั่งในช่วงซัมเมอร์นี้

มาซูอากู เบซิคตัส

นักเตะทีมชาติ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ( DR Congo ) วัย 31 ปี คนนี้ มาร่วมทีมตามรอยของนักเตะคนอื่นๆ ที่มาถึง ได้แก่ เอนโซ เลอ เฟ ( Enzo Le Fee ) , ฮาบิบ เดียร์รา ( Habib Diarra ) , โนอาห์ ซาดิกิ ( Noah Sadiki ) , เรนิลโด้ มันดาวา ( Reinildo Mandava ) , เชมส์ดีน ตัลบี ( Chemsdine Talbi ) , ไซมอน อาดิงกรา ( Simon Adingra ) , กรานิต ชาก้า ( Granit Xhaka ) , โรบิน โรเฟส ( Robin Roefs ) และ มาร์ค กีว ( Marc Guiu ) มาซูอากู ( Masuaku ) เป็นนักเตะที่มีประสบการณ์มากมาย โดยเขาลงสนามให้ เวสต์แฮม ( West Ham ) ทั้งหมด 128 นัด ระหว่างปี 2016 ถึง 2022 ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้ เบซิกตาส ( Besiktas ) ใน ตุรกี ( Turkey ) และลงสนามไป 108 นัด  " ผมตื่นเต้นที่ได้อยู่ที่นี่ และผมก็มีความสุขมากที่ได้กลับมาใน พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) อีกครั้ง " มาซูอากู ( Masuaku ) กล่าว " ผมต้องการที่จะนำจิตวิญญาณของการชนะและความสุขมาให้กับแฟนบอล และผมตื่นเต้นที่จะเริ่มต้น "

ประสบการณ์และความสามารถของ มาซูอาคู คือสิ่งสำคัญ ที่ทำให้ ซันเดอร์แลนด์ต้องการเขา

อาร์เธอร์ มาซูอากู ( Arthur Masuaku ) เป็นนักเตะที่มีความเก่งกาจในการเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้าย ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาจาก พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) และลีกยุโรปอื่นๆ เขาจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับทีม ซันเดอร์แลนด์ ( Sunderland ) ในฤดูกาลนี้

นักเตะชาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ( DR Congo ) คนนี้ มีความเร็วและทักษะในการโจมตีที่ดีเยี่ยม ทำให้เขาสามารถเป็นได้ทั้งผู้เล่นรับและผู้เล่นโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงที่เล่นให้ เวสต์แฮม ( West Ham ) เขาได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการยิงประตูและให้แอสซิสต์ได้อย่างสม่ำเสมอ การเตรียมพร้อมสู่ฤดูกาลใหม่ การคว้าตัว มาซูอากู ( Masuaku ) มาร่วมทีมนั้น ถือเป็นการเสริมทัพที่สำคัญของ ซันเดอร์แลนด์ ( Sunderland ) ในการเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ใน พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) โดยเฉพาะในตำแหน่งกองหลังซ้าย ที่ทีมต้องการความแข็งแกร่งและความมั่นคง

ทีมภายใต้การคุมของ เรจิส เลอ บรีส ( Regis Le Bris ) ได้ทำการคว้าตัวนักเตะมากมายในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทุกตำแหน่ง ทั้งในแนวรับ แนวกลาง และแนวหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสรในการต้องการแข่งขันใน พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) อย่างจริงจัง ความหมายของการกลับมาสู่ พรีเมียร์ลีก สำหรับ ซันเดอร์แลนด์ ( Sunderland ) การกลับมาสู่ พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) หลังจากห่างหายไป 9 ปี ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและน่าตื่นเต้น ทีมจาก อังกฤษ ( England ) ทางภาคเหนือนี้ ได้ใช้เวลาหลายปีในการต่อสู้เพื่อกลับขึ้นมาสู่ระดับสูงสุดของฟุตบอล อังกฤษ ( England ) แฟนบอลของ ซันเดอร์แลนด์ ( Sunderland ) ต่างตั้งตารอที่จะได้เห็นทีมรักกลับมาแข่งขันกับทีมชั้นนำของ อังกฤษ ( England ) อีกครั้ง และการคว้าตัวนักเตะมากประสบการณ์อย่าง มาซูอากู ( Masuaku ) ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับแฟนบอลได้ไม่น้อย ทีมของ เรจิส เลอ บรีส ( Regis Le Bris ) จะเริ่มต้นแคมเปญ พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) ครั้งแรกในรอบ 9 ปี ด้วยการเผชิญหน้า เวสต์แฮม ( West Ham ) ที่ สเตเดียม ออฟ ไลท์ ( Stadium of Light ) ในวันเสาร์ ซึ่งเป็นการเจอกับอีกทีมใน ลอนดอน ( London ) ที่ มาซูอากู ( Masuaku ) เคยเล่นให้มาก่อน การที่ มาซูอากู ( Masuaku ) จะได้เจอกับอดีตทีมในนัดแรก ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และอาจจะเป็นแรงบันดาลใจพิเศษให้กับเขาในการแสดงผลงานที่ดีให้กับทีมใหม่ ด้วยประสบการณ์และความสามารถที่ มาซูอากู ( Masuaku ) มี แฟนบอลของ ซันเดอร์แลนด์ ( Sunderland ) มีความคาดหวังว่าเขาจะสามารถช่วยทีมในการปรับตัวเข้าสู่ พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) ได้อย่างรวดเร็ว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ทีมสามารถอยู่รอดใน พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) ในฤดูกาลนี้ การมีนักเตะที่มีประสบการณ์ใน พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) มาก่อน จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับ ซันเดอร์แลนด์ ( Sunderland ) ในการปรับตัวและแข่งขันกับทีมอื่นๆ ใน พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) ที่มีความแข็งแกร่งและมีคุณภาพสูง

 

sbobet withdrawสมัครสมาชิก sbobet registerแจ้งฝากเงิน sbobet topupแจ้งถอนเงิน
register sbobet
contact line
callcenter sbobet