หลังจากต้องระเหเร่ร่อนออกจากบ้านเป็นเวลากว่า 2 ฤดูกาลเต็ม ในที่สุด สโมสร บาร์เซโลนา แห่ง ประเทศ สเปน ก็ได้กลับคืนสู่สนามอันเป็นตำนานอีกครั้ง ที่ สนาม สปอติฟาย คัมป์ นู พร้อมค่ำคืนแห่งความทรงจำ และ ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ นี่ไม่ใช่แค่เกมฟุตบอลธรรมดา แต่คือ “การกลับบ้าน” ที่แฟนบอลรอคอยมานานกว่า 900 วัน และค่ำคืนนั้นก็ถูกจุดประกายด้วยพรสวรรค์ของซูเปอร์สตาร์วัยรุ่น ลามีน ยามาล (Lamine Yamal) ที่โชว์ฟอร์มระดับมาสเตอร์พีซ ในเกมที่ บาร์เซโลนา ถล่ม แอธเลติก คลับ 4-0 ในศึก ลาลีกา สเปน เสียงของปั้นจั่นก่อสร้างยังคงกึกก้องเหนือสองแลนด์มาร์กสำคัญของ บาร์เซโลนา หนึ่งในนั้นคือ มหาวิหาร ซากราดา ฟามิเลีย และอีกแห่งก็คือ สปอติฟาย คัมป์ นู แม้ว่าการก่อสร้างมหาวิหารจะยืดเยื้อมานานกว่า 143 ปี แต่สำหรับแฟนบอล บาร์ซ่า การรอคอยบ้านของตัวเองกว่า 900 วัน ก็ไม่ต่างอะไรกับความเจ็บปวดทางอารมณ์ วันเสาร์นั้น แฟนบอลได้เห็นสนามที่คุ้นเคยกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง แม้งานก่อสร้างจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่บรรยากาศของการกลับบ้าน ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกอิ่มเอมหัวใจ
คืนแห่งการเฉลิมฉลองที่ถูกวางแผนอย่างยิ่งใหญ่ กับการได้กลับมาที่บ้านอีกครั้ง

ก่อนเกมจะเริ่ม สนามเต็มไปด้วยเสียงดนตรี โชว์พิเศษช่วงก่อนแข่ง และโชว์ในช่วงพักครึ่ง หลังหมดเวลา ยังมีการจุดพลุเฉลิมฉลอง เพื่อเน้นย้ำว่านี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะทางฟุตบอล แต่คือชัยชนะทางจิตใจของสโมสร ตรงกลางสนามมีแบนเนอร์ข้อความภาษาคาตาลันเขียนว่า “Tornem a Casa” แปลว่า “เรากลับบ้านแล้ว” นี่ไม่ใช่เพียงสโลแกน แต่คือคำพูดจากหัวใจของแฟนบอล บาร์เซโลนา ทั่วโลก ในสนาม บาร์เซโลนา แสดงให้เห็นถึงพลังของการกลับบ้านอย่างแท้จริง แมตช์นี้
ทีมของ ฮันซี่ ฟลิค (Hansi Flick) เอาชนะ แอธเลติก คลับ ไปแบบขาดลอย 4-0 ในศึก ลาลีกา สเปน สองประตูในแต่ละครึ่ง
มาพร้อมใบแดงของทีมเยือน และสองแอสซิสต์สุดงดงามจากดาวรุ่ง ลามีน ยามาล (Lamine Yamal) ที่ทำให้ทั้งสนามลุกขึ้นยืนปรบมือ แฟนบอลไม่ต้องลุ้นผลพลิกล็อก ไม่ต้องตื่นกลัวว่าจะเสียโมเมนตัม เพราะเกมนี้ถูกควบคุมโดยเจ้าบ้านตั้งแต่นาทีแรกจนถึงวินาทีสุดท้าย ชัยชนะ 4-0 ทำให้ บาร์เซโลนา ขยับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงของศึก ลาลีกา สเปน นำหน้า คู่ปรับตลอดกาลอย่าง สโมสร เรอัล มาดริด ด้วยผลต่างประตูได้เสีย อย่างไรก็ตาม ฮันซี่ ฟลิค () รู้ดีว่า ทีมของเขายังต้องพัฒนาอีกมาก ก่อนจะไปถึงระดับที่สามารถทวงความยิ่งใหญ่ในสังเวียน ยุโรป และ ถ้วยรางวัลใหญ่ๆ กลับมาได้อีกครั้งโดยเฉพาะเมื่อทีมยังขาดนักเตะตัวหลักหลายคน ที่มีอาการบาดเจ็บ และยังไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์
สปอติฟาย คัมป์ นู โฉมใหม่ที่ได้กลับมาใช้งานแต่มันยังไม่เสร็จสมบูรณ์
แม้ชัยชนะจะทำให้ค่ำคืนดูสมบูรณ์แบบ แต่ในความจริง สนามแห่งนี้ยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงขนาดใหญ่ สโมสร บาร์เซโลนา ลงทุนไปแล้วกว่า 1 พันล้านปอนด์ ในการยกระดับสนามให้ทันสมัยที่สุดในยุโรป ยังมีหลายโซนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ยังมีโครงสร้างหลักที่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน กว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมด เมื่อสนามเปิดเต็มรูปแบบ จะรองรับแฟนบอลได้ถึง 105,000 คน ซึ่งจะเป็นหนึ่งในสนามที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกครั้ง แม้เกมนี้จะมีแฟนบอลเข้ามาชมประมาณ 45,000 คน ซึ่งยังไม่ถึงครึ่งความจุสูงสุดของสนามในอนาคต แต่เสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่ม สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรู้สึก และอารมณ์ที่แฟนบอลร่วมกันปล่อยออกมา ทำให้สนามแห่งนี้ยังคงมีมนต์ขลังเหมือนเดิม สำหรับหลายคน
มันไม่ใช่แค่ฟุตบอล แต่มันคือสถานที่แห่งความทรงจำ แห่งประวัติศาสตร์ และแห่งอัตลักษณ์ของ เมือง บาร์เซโลนา และ ประเทศ สเปน เหนือสิ่งอื่นใด ค่ำคืนแห่งการกลับบ้านครั้งนี้ ถูกจดจำไม่ใช่แค่เพราะสนาม แต่เพราะเด็กหนุ่มวัยยังไม่ถึง 18 ปี ลามีน ยามาล (Lamine Yamal) ที่ไม่เพียงโชว์ทักษะ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความกล้า มั่นใจ และ วุฒิภาวะ
เกินวัย สองแอสซิสต์ของเขา ไม่ใช่โชค แต่มาจากวิสัยทัศน์ จังหวะ และความเข้าใจเกมระดับสูง เขาคือภาพแทนของอนาคตใหม่ของ บาร์เซโลนา อนาคตที่กำลังถูกสร้างขึ้นพร้อมๆ กับสนามแห่งนี้ แน่นอนว่าทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องรวมถึงแฟนบอล บาร์ซ่า เฝ้ารอคอยวันที่จะได้กลับมาสู่ บ้านหลังใหญ่นี้อีกครั้ง แม้มันจะยังไม่สมบูรณ์แต่มันก็ทำให้รู้สึกได้เลยว่า การกลับมาที่บ้าน มันดีเสมอ แฟนบอลทุกคนต่างร่วมกันเป็น หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ใหม่นี้ไปด้วย ทั้ง สี่หมื่นห้าพันกว่าคนในสนาม ต่างเริ่มนับหนึ่ง กับหลังเก่าที่จะขีดเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ต่อไป นับจากนี้










