ฤดูกาลนี้พรีเมียร์ลีกเต็มไปด้วยเรื่องราวเหนือความคาดหมาย — จากการกลับมาของทีมเก่าที่เคยหล่นชั้น จากการแจ้งเกิดของดาวรุ่งหน้าใหม่ ไปจนถึงการสร้างตำนานบทใหม่ของนักเตะที่หลายคนเคยคิดว่า “หมดไฟ” ไปแล้ว
และหนึ่งในเรื่องราวที่น่าประทับใจที่สุดก็คือ กรานิต ชาก้า (Granit Xhaka) กับสโมสร ซันเดอร์แลนด์ ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับมาจากแชมเปียนชิพ แต่กลับสร้างความประทับใจด้วยฟอร์มการเล่นอันแข็งแกร่งและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้
การมาของชาก้าในซัมเมอร์ปีนี้ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงคุณภาพของทีมในสนาม แต่ยังเปลี่ยนวัฒนธรรมทั้งสโมสร — จากทีมที่หลายคนคาดว่าจะต้องหนีตกชั้น กลายเป็นทีมที่ยืนอยู่ใน ท็อปโฟร์ ของตารางพรีเมียร์ลีก หลังผ่านหนึ่งในสี่ของฤดูกาล
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง
ซัมเมอร์ปี 2025 ซันเดอร์แลนด์ตกเป็นข่าวกับนักเตะมากมาย แต่เมื่อมีข่าวว่าพวกเขาเตรียมคว้าตัว “อดีตกัปตันทีมอาร์เซนอล” วัย 33 ปี อย่างกรานิต ชาก้า ด้วยค่าตัวเพียง 13 ล้านปอนด์ หลายคนถึงกับยกคิ้วด้วยความสงสัย
“ทำไมต้องเป็นเขา?”
“อายุขนาดนี้ยังจะวิ่งไหวเหรอ?”
“ลีกอังกฤษไม่เหมาะกับเขาแล้วมั้ง?”
เสียงวิจารณ์เหล่านั้นดังขึ้นจากแทบทุกมุมของโซเชียลมีเดีย
แต่ไม่ถึงครึ่งฤดูกาลหลังเปิดสนาม เสียงเหล่านั้นเงียบลงทันที เมื่อชาก้าพิสูจน์ให้เห็นว่า — เขาไม่ได้กลับมาเพื่อเกษียณ แต่กลับมาเพื่อ “สร้างประวัติศาสตร์บทใหม่”
จาก ปัญหาในห้องแต่งตัว สู่ ผู้นำที่ทุกคนเคารพ
ย้อนกลับไปในปี 2019 ชาก้าเคยตกเป็นเป้าของเสียงวิจารณ์อย่างหนักในยุคอาร์เซนอล เขามีปัญหากับแฟนบอล ถูกปลดจากตำแหน่งกัปตันทีม และถูกคาดว่าจะย้ายออกจากพรีเมียร์ลีกไปแบบไม่มีวันหวนกลับ
แต่ชาก้าเลือกที่จะ “สู้ต่อ” เขาพัฒนาเกมของตัวเองภายใต้การดูแลของมิเกล อาร์เตต้า และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนปืนใหญ่กลับมารักอีกครั้ง
เมื่อเขาย้ายไปไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นในเยอรมนี เขาก็ช่วยทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แล้วจากนั้น ซันเดอร์แลนด์ก็กลายเป็นสถานีต่อไป
สำหรับหลายคน นี่อาจเป็นเพียงดีล “ปิดท้ายอาชีพ” ของนักเตะวัย 33 ปี
แต่สำหรับชาก้า มันคือ โอกาสใหม่ในการสร้างคุณค่าให้กับทีมที่เชื่อในตัวเขา
เขาคือการเซ็นสัญญาแห่งฤดูกาล
คำกล่าวนี้มาจาก เจมี คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูล ที่กล่าวผ่านรายการ Sky Sports ว่า
“เขาคือการเซ็นสัญญาแห่งฤดูกาลแน่นอน ไม่มีใครในพรีเมียร์ลีกตอนนี้ที่ส่งอิทธิพลต่อทีมได้มากขนาดเขา”
และหลังเกมที่ซันเดอร์แลนด์เปิดบ้านเสมอเอฟเวอร์ตัน 1-1 ซึ่งชาก้าซัดประตูสุดสวยจากนอกกรอบเขตโทษ คาร์ราเกอร์ยังเสริมอีกว่า
“เขาโดดเด่นกว่าทุกคนในสนาม เขาคือหัวใจของทีม และยกระดับทุกคนรอบตัวให้ดีขึ้น”
คำยกย่องนี้ไม่ได้เกินจริงเลย เพราะตัวเลขและผลงานของชาก้าพูดแทนทั้งหมด







