แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อโมริม กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่ดีหลังจากไม่แพ้ใครมาแล้ว 5 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก โดยผลงานล่าสุดของพวกเขาคือการบุกไปเสมอกับ สเปอร์ส ด้วยสกอร์ 2-2 ในนาทีสุดท้ายก่อนช่วงพักเบรกทีมชาติ ซึ่งแม้จะไม่ใช่ชัยชนะแต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณการต่อสู้ของทีมที่ไม่ยอมแพ้จนนาทีสุดท้าย
การเข้ามาของ อโมริม ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทีมอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในแง่ของการเล่นที่มีระบบระเบียบมากขึ้น การครอบครองบอลที่ดีขึ้น และที่สำคัญคือการสร้างโอกาสในการทำประตูที่คมคายและหลากหลายกว่าเดิม นักเตะหลายคนเริ่มแสดงฟอร์มที่ดีขึ้นภายใต้ระบบการเล่นใหม่ โดยเฉพาะแนวรุกที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวและการประสานงานที่ลื่นไหลมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทีมปีศาจแดงต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะสำคัญหลายคน ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดทีมและแผนการเล่นในเกมนี้ โดยเฉพาะในแนวรับที่ขาดกำลังสำคัญอย่าง แฮร์รี แม็กไกวร์ และ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ ทำให้ อโมริม ต้องหาทางแก้ไขและปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพื่อรักษาความแข็งแกร่งของแนวรับไว้
ปัญหาอาการบาดเจ็บของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สถานการณ์อาการบาดเจ็บของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นความท้าทายใหญ่สำหรับ รูเบน อโมริม ในการเตรียมทีมสำหรับเกมนี้ โดยมีนักเตะสำคัญที่ไม่สามารถลงสนามได้ถึง 3 คน ได้แก่ เบนยามิน เชชโก้ ที่เพิ่งได้รับบาดเจ็บที่เข่าจากเกมกับสเปอร์ส และคาดว่าจะต้องพักรักษาตัวหลายสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นการสูญเสียที่สำคัญเพราะเขาเป็นตัวเลือกในแนวรุกที่มีความคล่องตัวและสามารถสร้างความแตกต่างให้กับเกมรุกได้
แฮร์รี แม็กไกวร์ กัปตันทีมที่เป็นเสาหลักของแนวรับยังคงไม่สามารถกลับมาได้ทันเกมนี้ แม้ว่าจะมีรายงานว่าเขาใกล้จะฟิตเต็มที่แล้วก็ตาม การขาดแม็กไกวร์ทำให้แนวรับของยูไนเต็ดขาดความมั่นคงและประสบการณ์ โดยเฉพาะในเกมสำคัญแบบนี้ที่ต้องการความแข็งแกร่งในการป้องกันเกมอากาศและการจัดการกับสถานการณ์ภายในเขตโทษ
ลิซานโดร มาร์ตีเนซ อีกหนึ่งกองหลังตัวหลักที่ยังไม่สามารถกลับมาได้ การขาดมาร์ตีเนซทำให้ทีมขาดความสามารถในการเล่นบอลจากแนวหลังและการเริ่มเกมรุกจากด้านหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ อโมริม ให้ความสำคัญในระบบการเล่นของเขา นอกจากนี้ มาร์ตีเนซยังเป็นผู้เล่นที่มีความดุดันและการอ่านเกมที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมต้องการในเกมแบบนี้
ค็อบบี้ เมนู และ มาเตอุส คุนญ่า ยังเป็นเครื่องหมายคำถามสำหรับเกมนี้ โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บจากการซ้อม และยังต้องรอการประเมินความฟิตก่อนการแข่งขัน โดยเฉพาะคุนญ่าที่มีรายงานว่าได้รับอาการศีรษะกระทบกระเทือนเล็กน้อย ซึ่งทีมอาจไม่เสี่ยงให้เขาลงสนามหากยังไม่พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะอาการบาดเจ็บประเภทนี้ต้องการความระมัดระวังเป็นพิเศษ
การขาดนักเตะหลายคนทำให้ อโมริม ต้องพิจารณาตัวเลือกอื่นๆ และอาจต้องให้โอกาสกับนักเตะที่ไม่ค่อยได้ลงสนามมากนัก ซึ่งอาจเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสสำหรับนักเตะบางคนที่จะได้แสดงศักยภาพของตนเอง
โอกาสของ โจชัว เซิร์กซี และแนวรุกแมนยู
ท่ามกลางปัญหาอาการบาดเจ็บ โจชัว เซิร์กซี กองหน้าดาวรุ่งของทีมน่าจะได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับเขาที่จะได้แสดงศักยภาพและพิสูจน์ตนเองว่าสามารถเล่นในระดับสูงสุดได้ เซิร์กซีเป็นกองหน้าที่มีความเร็วและความคล่องตัวสูง สามารถเล่นได้หลายตำแหน่งในแนวหน้า ทั้งกองหน้าตัวเป้า ปีกซ้าย หรือปีกขวา ซึ่งความหลากหลายนี้จะช่วยให้ อโมริม มีตัวเลือกในการจัดวางแนวรุกได้อย่างยืดหยุ่น
การประสานงานกับ อาหมัด ดิยัลโล่ และ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ น่าจะเป็นสูตรสำเร็จสำหรับแนวรุกของแมนยูในเกมนี้ โดยดิยัลโล่เป็นนักเตะที่มีความสามารถในการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งและสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม ขณะที่เอ็มเบอโม่ผู้ซึ่งย้ายมาจากเบรนท์ฟอร์ดในช่วงซัมเมอร์ได้แสดงฟอร์มที่น่าประทับใจ โดยมีส่วนร่วมในการทำประตูถึง 6 ประตูแล้วนับตั้งแต่ย้ายมา
เอ็มเบอโม่ถือเป็นการเสริมทีมที่สำคัญสำหรับแมนยู เขามีความสามารถในการยิงประตูที่ดีเยี่ยม มีการวางตัวที่ฉลาดในเขตโทษ และสามารถจบสกอร์ได้ทั้งเท้าซ้ายและเท้าขวา นอกจากนี้เขายังมีความสูงที่สามารถเล่นบอลโหม่งได้ดี ซึ่งจะเป็นอาวุธสำคัญในการโจมตีจากบอลนิ่งหรือการเล่นบอลโด่งเข้าเขตโทษ
ความเคลื่อนไหวและการประสานงานของทั้งสามคนจะเป็นกุญแจสำคัญในการทำลายแนวรับของเอฟเวอร์ตัน โดยเฉพาะการสลับตำแหน่งและการเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างช่องว่างให้กับเพื่อนร่วมทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่ อโมริม ต้องการเห็นจากแนวรุกของเขา
การที่แนวรุกมีความหลากหลายในรูปแบบการเล่นจะทำให้เอฟเวอร์ตันคาดเดาได้ยาก และอาจสร้างปัญหาให้กับแนวรับของทีมเยือนได้ โดยเฉพาะหากพวกเขาสามารถใช้ความเร็วและความคล่องตัวในการต่อกรกับกองหลังของเอฟเวอร์ตันที่อาจไม่มีความเร็วมากนัก
สถานการณ์ของเอฟเวอร์ตันภายใต้ เดวิด มอยส์
เอฟเวอร์ตันภายใต้การนำทีมของ เดวิด มอยส์ ผู้ซึ่งกลับมาคุมทีมอีกครั้ง กำลังพยายามสร้างความมั่นคงให้กับทีมหลังจากผ่านช่วงเวลาที่ไม่ค่อยดีนักในฤดูกาลนี้ มอยส์เป็นกุนซือที่มีประสบการณ์และรู้จักพรีเมียร์ลีกเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเล่นกับทีมใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเขาเคยคุมทีมนี้มาก่อน
การกลับมาของมอยส์ได้นำระบบการเล่นที่เน้นความมั่นคงในแนวรับและการเล่นที่มีวินัยมากขึ้น ทีมเริ่มมีการจัดระเบียบที่ดีขึ้นและพยายามเล่นบอลสวนกลับอย่างรวดเร็วเมื่อได้ครอบครอง ซึ่งเป็นสไตล์ที่มอยส์ถนัดและเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม เอฟเวอร์ตันยังคงประสบปัญหาในการทำประตู โดยมีสถิติการยิงที่ไม่ค่อยดีนัก และขาดความคมคายในช่วงจบสกอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนหากต้องการเก็บแต้มจากเกมใหญ่แบบนี้ การพึ่งพา แจ็ค กรีลิช ที่ยืมตัวมาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นความหวังสำคัญในการสร้างสรรค์เกมรุก แต่ปัญหาคือเพื่อนร่วมทีมยังไม่สามารถจบสกอร์จากโอกาสที่เขาสร้างให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความสัมพันธ์พิเศษระหว่างมอยส์กับโอลด์แทรฟฟอร์ดอาจเป็นปัจจัยทางจิตวิทยาที่น่าสนใจ เขาเคยเป็นกุนซือของแมนยูและรู้จักบรรยากาศของสนามนี้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันก็อาจมีแรงกดดันจากการต้องพิสูจน์ตนเองในสนามเก่าที่เขาไม่ประสบความสำเร็จมากนัก
ปัญหาอาการบาดเจ็บของเอฟเวอร์ตัน
เอฟเวอร์ตันเองก็ต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บเช่นเดียวกับแมนยู โดย เดวิด มอยส์ เปิดเผยว่า เมอร์ลิน เริห์ล กองกลางตัวสำคัญของทีมต้องเข้ารับการผ่าตัดไส้เลื่อนและคาดว่าจะกลับมาได้ในช่วงคริสต์มาส ซึ่งถือเป็นการสูญเสียที่สำคัญเพราะเริห์ลเป็นนักเตะที่มีความสามารถในการควบคุมเกมและสร้างจังหวะการเล่นให้กับทีม
เนธาน แพตเตอร์สัน กองหลังข้างของทีมก็ไม่สามารถลงสนามได้เช่นกัน ซึ่งทำให้ทีมขาดตัวเลือกในตำแหน่งแบ็คข้าง และอาจต้องปรับเปลี่ยนระบบการเล่นหรือใช้นักเตะที่ไม่ถนัดในตำแหน่งนี้ แพตเตอร์สันเป็นนักเตะที่มีความเร็วและสามารถขึ้นสนับสนุนเกมรุกได้ดี การขาดเขาอาจทำให้เอฟเวอร์ตันขาดความกว้างในการเล่นฝั่งขวา
จาร์แร็ด แบรนธ์เวต กองหลังตัวกลางที่เป็นข่าวโยงกับการย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่องก็ไม่สามารถลงสนามได้เช่นกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพจิตใจของเขาและการมุ่งมั่นกับทีมในช่วงนี้ การที่มีข่าวโอนย้ายอาจทำให้เขาขาดสมาธิในการเล่นหรืออาจมีความกดดันในการแสดงผลงานเพื่อให้ทีมที่สนใจเห็นศักยภาพ
อย่างไรก็ตาม มอยส์ยังมีตัวเลือกในแนวรุกที่หลากหลาย โดยเฉพาะการมี แจ็ค กรีลิช ที่กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีและพร้อมที่จะแสดงความสามารถต่อทีมเก่าของเขา กรีลิชจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสรรค์เกมรุกและพยายามทำลายแนวรับของแมนยูที่อาจไม่เต็มอัตราศึก
การขาดนักเตะสำคัญหลายคนทำให้ทั้งสองทีมต้องปรับแผนการเล่นและอาจต้องให้โอกาสกับนักเตะรุ่นเยาว์หรือตัวสำรองที่ไม่ค่อยได้ลงสนาม ซึ่งอาจทำให้เกมมีความไม่แน่นอนและน่าตื่นเต้นมากขึ้น
แจ็ค กรีลิช และบทบาทสำคัญกับเอฟเวอร์ตัน
แจ็ค กรีลิช กองกลางตัวสร้างเกมที่ยืมตัวมาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถือเป็นความหวังสำคัญของเอฟเวอร์ตันในเกมนี้ เขามีความสามารถในการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่ง การมองเห็นช่องว่าง และการส่งบอลที่แม่นยำ ซึ่งเป็นสิ่งที่เอฟเวอร์ตันต้องการในการเจาะแนวรับของแมนยู
กรีลิชมีประสบการณ์การเล่นในเกมใหญ่มากมายจากช่วงที่อยู่กับแมนซิตี้ และเคยเผชิญหน้ากับแมนยูหลายครั้ง เขารู้จุดอ่อนของทีมคู่แข่งและสามารถใช้ประสบการณ์นี้มาช่วยเอฟเวอร์ตันในการวางแผนการเล่น นอกจากนี้เขายังมีความสามารถในการเล่นลูกนิ่งที่ดี ทั้งการยิงฟรีคิกและการส่งบอลจากมุมที่อาจสร้างโอกาสอันตรายให้กับทีม
อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของกรีลิชในช่วงนี้คือการที่เพื่อนร่วมทีมไม่สามารถจบสกอร์จากโอกาสที่เขาสร้างให้ได้ โดยมีสถิติที่น่าผิดหวังว่าจากโอกาสยิง 19 ครั้งล่าสุดที่เขาสร้างให้เพื่อนในพรีเมียร์ลีก ไม่มีครั้งใดที่ถูกเปลี่ยนเป็นประตูเลย ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาในการจบสกอร์ของเอฟเวอร์ตันที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
การเล่นของกรีลิชในเกมนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญว่าเอฟเวอร์ตันจะสามารถสร้างโอกาสและทำประตูได้หรือไม่ เขาต้องพยายามหาวิธีการส่งบอลที่หลากหลายและอาจต้องเสี่ยงยิงเองบ้างหากมีโอกาส แทนที่จะพึ่งพาเพื่อนร่วมทีมในการจบสกอร์เพียงอย่างเดียว
ความสัมพันธ์ระหว่างกรีลิชกับกองหน้าของเอฟเวอร์ตันจะเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะการทำความเข้าใจในการเคลื่อนที่และการวิ่งเข้าช่องของกองหน้า ซึ่งหากพวกเขาสามารถประสานงานกันได้ดี อาจสร้างความเสียหายให้กับแนวรับของแมนยูที่ไม่เต็มอัตราศึกได้
แท็กติกและระบบการเล่นที่คาดว่าจะเห็น
การเผชิญกันระหว่าง รูเบน อโมริม และ เดวิด มอยส์ ถือเป็นการประลองกลยุทธ์ที่น่าสนใจ โดยทั้งสองกุนซือมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน อโมริมชอบการเล่นที่มีการครอบครองบอลสูง การกดดันแนวสูง และการเล่นที่รุกรานด้วยการใช้ความเร็วในการสวนกลับ ขณะที่มอยส์มักจะเน้นการเล่นที่มั่นคง มีวินัย และรอจังหวะสวนกลับด้วยการใช้ความเร็วของแนวรุก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้อโมริมน่าจะใช้ระบบ 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 ที่เน้นการควบคุมเกมในแดนกลาง มีการหมุนเวียนบอลอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างช่องว่างในแนวรับของคู่แข่ง กองกลางจะมีบทบาทสำคัญในการควบคุมจังหวะเกมและส่งบอลไปหาแนวรุกที่มีการเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง ปีกทั้งสองข้างจะถูกใช้ให้สร้างความกว้างและดึงกองหลังของเอฟเวอร์ตันออกจากตำแหน่ง
การกดดันแนวสูงจะเป็นอาวุธสำคัญของแมนยู โดยพยายามไม่ให้เอฟเวอร์ตันมีเวลาในการจัดระเบียบและเริ่มเกมรุกได้อย่างสบาย การกดดันนี้จะเริ่มตั้งแต่กองหน้าและกองกลางที่จะพยายามปิดเส้นทางการส่งบอลของคู่แข่ง บังคับให้พวกเขาต้องเล่นบอลยาวหรือทำผิดพลาดในแดนตนเอง
เอฟเวอร์ตันของมอยส์น่าจะตั้งรับด้วยระบบ 4-4-2 หรือ 4-5-1 ที่เน้นความหนาแน่นในแดนกลางและพยายามไม่ให้แมนยูมีพื้นที่ในการเล่นบอลสั้น พวกเขาจะรอจังหวะในการสวนกลับด้วยการส่งบอลยาวหาตัวเป้าหรือใช้ความเร็วของปีกในการเคาน์เตอร์ การตั้งรับเป็นบล็อกจะเป็นกลยุทธ์หลักเพื่อจำกัดพื้นที่และโอกาสของแมนยู
การใช้บอลนิ่งอาจเป็นอาวุธสำคัญของเอฟเวอร์ตัน โดยเฉพาะการใช้ความสามารถของกรีลิชในการส่งบอลเข้าเขตโทษจากลูกเตะมุมหรือฟรีคิก ซึ่งอาจใช้ประโยชน์จากการที่แนวรับของแมนยูขาดแม็กไกวร์ที่เก่งในการเล่นบอลโหม่ง
การประเมินฟอร์มและผลงานที่ผ่านมา
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่ดีด้วยการไม่แพ้ใครมา 5 นัดติดต่อกัน แม้ว่าจะไม่ได้ชนะทุกเกมแต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงและการพัฒนาที่ดีขึ้นภายใต้การคุมทีมของอโมริม ทีมเริ่มมีรูปแบบการเล่นที่ชัดเจนขึ้น มีการสร้างโอกาสที่มากขึ้น และแนวรับก็เริ่มมีความมั่นคงมากขึ้นแม้จะขาดนักเตะสำคัญไปบ้าง
การเล่นในบ้านที่โอลด์แทรฟฟอร์ดเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของแมนยู พวกเขามีสถิติการเล่นในบ้านที่ดีและได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอลอย่างเต็มที่ บรรยากาศในสนามจะเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจช่วยผลักดันให้ทีมแสดงผลงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญของเกม
เอฟเวอร์ตันในทางกลับกันกำลังพยายามหาความมั่นคงภายใต้การกลับมาของมอยส์ พวกเขายังไม่มีความสม่ำเสมอในการแสดงผลงาน โดยเฉพาะเกมนอกบ้านที่มักจะประสบปัญหา อย่างไรก็ตาม ทีมเริ่มมีการพัฒนาในด้านการตั้งรับที่ดีขึ้นและมีวินัยในการเล่นมากขึ้น
ปัญหาใหญ่ของเอฟเวอร์ตันยังคงเป็นการทำประตู พวกเขามีสถิติการยิงที่ไม่ดีนักและขาดประสิทธิภาพในการจบสกอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนหากต้องการแข่งขันกับทีมระดับบนอย่างแมนยู การพึ่งพากรีลิชในการสร้างสรรค์เกมรุกเพียงคนเดียวอาจไม่เพียงพอในเกมระดับนี้
ปัจจัยสำคัญที่จะชี้ขาดผลการแข่งขัน
การควบคุมแดนกลางจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในเกมนี้ ทีมใดสามารถควบคุมเกมในแดนกลางได้ดีกว่าจะมีโอกาสชนะมากกว่า แมนยูมีข้อได้เปรียบในด้านคุณภาพของนักเตะ แต่เอฟเวอร์ตันอาจใช้กลยุทธ์การเล่นที่หนาแน่นเพื่อจำกัดพื้นที่และเวลาของคู่แข่ง
การใช้ประโยชน์จากสถานการณ์บอลนิ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับเอฟเวอร์ตันที่อาจต้องพึ่งพาลูกเตะมุมและฟรีคิกในการสร้างโอกาสทำประตู ขณะที่แมนยูที่ขาดกองหลังตัวสูงอย่างแม็กไกวร์อาจมีปัญหาในการรับมือกับบอลโหม่ง
ความฟิตของนักเตะจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เนื่องจากเกมนี้มาหลังช่วงพักเบรกทีมชาติ นักเตะบางคนอาจยังไม่พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์หรืออาจมีความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง การจัดการกับความฟิตและการหมุนเวียนผู้เล่นจะเป็นสิ่งที่กุนซือทั้งสองต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
การตัดสินใจของกุนซือในช่วงเกมจะมีความสำคัญมาก ทั้งการเปลี่ยนตัวในจังหวะที่เหมาะสม การปรับระบบการเล่นตามสถานการณ์ และการจัดการกับความกดดันในช่วงท้ายเกม อโมริมและมอยส์ต่างก็มีประสบการณ์ แต่การอ่านเกมและการตัดสินใจในวันนั้นจะเป็นตัวแปรสำคัญ
สภาพจิตใจและแรงจูงใจของนักเตะจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัย แมนยูที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นจะมีความมั่นใจสูง ขณะที่เอฟเวอร์ตันอาจมีแรงจูงใจในการพิสูจน์ตนเองกับทีมใหญ่ การที่ทั้งสองทีมต่างก็มีนักเตะบาดเจ็บหลายคนอาจทำให้ตัวสำรองที่ได้โอกาสลงเล่นมีแรงจูงใจพิเศษในการแสดงฟอร์มที่ดีที่สุด
การคาดการณ์ผลและความเป็นไปได้
เมื่อพิจารณาจากทุกปัจจัย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะมีความได้เปรียบเล็กน้อยในฐานะเจ้าบ้านและมีคุณภาพของนักเตะที่ดีกว่าโดยรวม อย่างไรก็ตาม การขาดนักเตะสำคัญหลายคนอาจทำให้เกมมีความสูสีมากขึ้น
เอฟเวอร์ตันแม้จะเป็นรองในด้านคุณภาพ แต่ประสบการณ์ของมอยส์และการเล่นที่มีวินัยอาจช่วยให้พวกเขาสามารถต่อกรได้ การพึ่งพากรีลิชในการสร้างสรรค์เกมรุกจะเป็นกุญแจสำคัญ แต่ปัญหาการจบสกอร์ยังเป็นจุดอ่อนใหญ่