วงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษตกอยู่ในความตระหนกเมื่อข่าวการบาดเจ็บของ มาร์ติน โอเดอการ์ด กัปตันและเพลย์เมกเกอร์หัวใจสำคัญของ อาร์เซน่อล ถูกเปิดเผยว่ามีอาการรุนแรงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ อาร์เซน่อล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ณ สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม กองกลางตัวรุกชาวนอร์เวย์วัย 26 ปี ต้องออกจากสนามไปก่อนเวลาอันควรหลังลงเล่นได้เพียง 30 นาทีเท่านั้น
สถานการณ์การบาดเจ็บที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์ที่ทำให้ โอเดอการ์ด ต้องออกจากสนามนั้นเกิดขึ้นจากการเข้าปะทะกับ คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ แบ็กซ้ายของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในช่วงครึ่งแรกของการแข่งขัน การปะทะกันครั้งนั้นดูเหมือนจะไม่รุนแรงมากนักในตอนแรก แต่กลายเป็นว่ามีผลกระทบต่อหัวเข่าซ้ายของกัปตันทีม "เดอะ กันเนอร์ส" อย่างรุนแรง จนทำให้เขาไม่สามารถทนเล่นต่อไปได้และต้องขอเปลี่ยนตัวออกในที่สุด
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ โอเดอการ์ด แสดงอาการเจ็บปวดถึงสองครั้งในระหว่างเกมนั้น ซึ่งบ่งบอกถึงความรุนแรงของการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น ภาพที่เห็นกองกลางตัวเก่งของทีมต้องเดินออกจากสนามด้วยสีหน้าเจ็บปวดและผิดหวังนั้น ทำให้แฟนบอล อาร์เซน่อล ทั่วโลกต่างรู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า โอเดอการ์ด คือหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของทีมและมีส่วนสำคัญอย่างมากในแผนการเล่นของ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม
ผลการตรวจเอ็มอาร์ไอและการวินิจฉัย
หลังจากเกมจบลง ทีมแพทย์ของ อาร์เซน่อล ได้นำตัว โอเดอการ์ด เข้ารับการตรวจสอบอย่างละเอียดด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอ (MRI) เพื่อประเมินความรุนแรงของอาการบาดเจ็บที่แท้จริง ผลการสแกนที่ออกมานั้นไม่ได้เป็นข่าวดีเลย โดยพบว่ากองกลางชาวนอร์เวย์ได้รับบาดเจ็บที่เอ็นด้านข้างหัวเข่าซ้าย (Lateral Collateral Ligament - LCL) ซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บที่ค่อนข้างรุนแรงและต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนานพอสมควร
เอ็นด้านข้างหัวเข่า หรือที่เรียกว่า LCL นั้นเป็นเอ็นที่มีความสำคัญอย่างมากในการรักษาเสถียรภาพของข้อเข่า โดยเฉพาะในการเคลื่อนไหวด้านข้างและการหมุนตัว ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่นักฟุตบอลต้องทำเป็นประจำในทุกๆ เกม การบาดเจ็บของเอ็นเส้นนี้จึงส่งผลกระทบอย่างมากต่อความสามารถในการเล่นฟุตบอลของผู้เล่น และต้องการเวลาในการพักฟื้นที่เหมาะสมเพื่อให้เอ็นกลับมาแข็งแรงได้อย่างสมบูรณ์ก่อนที่จะสามารถกลับมาเล่นได้อีกครั้ง
คำเตือนจากอดีตแพทย์ทีมชาตินอร์เวย์
แม้ว่า อาร์เซน่อล จะยังไม่ได้ออกมาระบุระยะเวลาที่ โอเดอการ์ด จะต้องพักรักษาตัวอย่างเป็นทางการ แต่ ลาร์ส เอนเก็บเร็ตเซ่น อดีตแพทย์ประจำทีมชาตินอร์เวย์ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของลูกทีมชาติเก่าของเขา โดยระบุว่าจากประสบการณ์และการดูวิดีโอการบาดเจ็บ คาดการณ์ว่า โอเดอการ์ด อาจต้องพักยาวถึง 6-8 สัปดาห์
เอนเก็บเร็ตเซ่น ให้สัมภาษณ์ว่า "ผมไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการสแกนเอ็มอาร์ไอว่าแสดงผลอะไรบ้าง แต่ดูจากอาการบาดเจ็บทางวีดิโอ มันน่าจะเป็นการเจ็บเส้นเอ็นด้านข้าง ถ้าหากเป็นอาการบาดเจ็บแบบนั้น โอเดอการ์ด เสี่ยงที่จะต้องพัก 6-8 สัปดาห์ แต่มันขึ้นอยู่กับขนาดของอาการบาดเจ็บ" คำพูดของอดีตหมอประจำทีมชาตินี้ได้สร้างความกังวลให้กับแฟนบอล อาร์เซน่อล อย่างมาก เพราะหมายความว่ากัปตันทีมของพวกเขาอาจจะไม่ได้ลงเล่นอีกเกือบสองเดือน
การคาดการณ์ของ เอนเก็บเร็ตเซ่น นั้นมีน้ำหนักมาก เพราะเขาเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการดูแลนักกีฬาระดับสูงมาอย่างยาวนาน และเคยทำงานใกล้ชิดกับ โอเดอการ์ด ในช่วงที่เขาเป็นแพทย์ประจำทีมชาตินอร์เวย์ ดังนั้นการประเมินของเขาจึงมีความน่าเชื่อถือสูง แม้ว่าจะไม่ได้มีข้อมูลโดยตรงจากทีมแพทย์ของ อาร์เซน่อล ก็ตาม
ผลกระทบต่อ อาร์เซน่อล
การสูญเสีย มาร์ติน โอเดอการ์ด เป็นเวลานานถือเป็นข่าวร้ายอย่างยิ่งสำหรับ อาร์เซน่อล และ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม เพราะกองกลางชาวนอร์เวย์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้เล่นคนหนึ่งในทีมเท่านั้น แต่เขาคือหัวใจสำคัญของระบบการเล่นทั้งหมดของ "เดอะ กันเนอร์ส" โอเดอการ์ด เป็นคนที่ทำหน้าที่เป็นเพลย์เมกเกอร์หลักของทีม เป็นผู้ที่คอยสร้างจังหวะการเล่นและเชื่อมโยงการรุกของทีม นอกจากนี้เขายังเป็นกัปตันของทีมด้วย ซึ่งหมายความว่าเขามีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำทั้งในสนามและนอกสนาม
ในฤดูกาลนี้ โอเดอการ์ด ยังคงแสดงฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีส่วนร่วมในการสร้างประตูมากที่สุดของทีม ไม่ว่าจะเป็นการยิงประตูเองหรือการส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีม ความสามารถในการอ่านเกม การเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาด และทักษะในการส่งบอลที่แม่นยำของเขานั้นทำให้เขาเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกในขณะนี้
การขาดตัว โอเดอการ์ด จะส่งผลกระทบต่อ อาร์เซน่อล ในหลายๆ ด้าน ประการแรกคือด้านการเล่นในสนาม ทีมจะสูญเสียจุดศูนย์กลางของการสร้างเกม ผู้เล่นที่จะมาทดแทนเขาจะต้องพยายามเติมเต็มบทบาทที่สำคัญนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ประการที่สองคือด้านจิตใจและภาวะผู้นำ โอเดอการ์ด เป็นผู้นำที่สำคัญของทีม การขาดเขาไปจึงหมายความว่าทีมจะขาดเสียงที่สำคัญในห้องแต่งตัวและบนสนามด้วย
สำหรับ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม นี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ เขาจะต้องหาทางปรับเปลี่ยนแผนการเล่นและหาผู้เล่นที่เหมาะสมมาทดแทนตำแหน่งของ โอเดอการ์ด ในช่วงที่เขาบาดเจ็บ ซึ่งอาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงระบบการเล่น การหมุนเวียนผู้เล่น หรือแม้แต่การใช้ผู้เล่นในตำแหน่งที่ไม่ใช่ความถนัดของพวกเขา
ตารางการแข่งขันที่รออยู่
สิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้เลวร้ายยิ่งขึ้นก็คือตารางการแข่งขันที่รออยู่ข้างหน้าของ อาร์เซน่อล ในช่วง 6-8 สัปดาห์ข้างหน้า ทีมจะต้องลงเล่นหลายรายการทั้งพรีเมียร์ลีก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และถ้วยในประเทศต่างๆ นัดการแข่งขันที่มีความสำคัญสูงหลายนัดจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ และการที่ต้องเล่นโดยไม่มี โอเดอการ์ด นั้นจะเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับทีม
ในพรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล กำลังแข่งขันเพื่อแชมป์อยู่ พวกเขาไม่สามารถที่จะพลาดคะแนนได้มากนัก เพราะการแข่งขันในปีนี้นั้นดุเดือดมาก ทุกคะแนนมีความสำคัญ และการขาด โอเดอการ์ด อาจส่งผลต่อความสามารถในการคว้าแชมป์ของทีมได้ นอกจากนี้ในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ทีมก็กำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการแข่งขัน และการมี โอเดอการ์ด หรือไม่มีนั้นอาจเป็นตัวกำหนดว่าทีมจะสามารถก้าวไปไกลแค่ไหนในรายการนี้
ทางเลือกของ อาร์เตต้า
มิเกล อาร์เตต้า จะต้องพิจารณาทางเลือกต่างๆ เพื่อทดแทน โอเดอการ์ด ในทีม มีผู้เล่นหลายคนในสควอดที่อาจจะได้รับโอกาสมากขึ้นในช่วงนี้ เช่น เคย์ ฮาเวิรตซ์ นักเตะเยอรมันที่เพิ่งเข้ามาร่วมทีมและมีความสามารถในการเล่นในตำแหน่งกองกลาง หรือ ฟาบิโอ เวียร่า นักเตะโปรตุเกสหนุ่มที่มีความสามารถสูงและได้รับการยกย่องว่าเป็นดาวรุ่งของทีม
นอกจากนี้ อาร์เตต้า อาจจะต้องปรับเปลี่ยนระบบการเล่นของทีมเพื่อให้เหมาะสมกับผู้เล่นที่มีอยู่ เขาอาจจะเลือกใช้ระบบที่เน้นการครอบครองบอลน้อยลง แต่มีประสิทธิภาพในการตีกลับมากขึ้น หรืออาจจะเลือกใช้ผู้เล่นที่มีความเร็วและความคล่องตัวมากขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างที่คู่ต่อสู้เปิดให้
อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจคือการใช้ เอมิล สมิธ โรว์ นักเตะอังกฤษหนุ่มที่เคยแสดงฟอร์มได้ดีในอดีต แต่เพิ่งกลับมาจากอาการบาดเจ็บ เขาอาจจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะเขามีความคล้ายคลึงกับ โอเดอการ์ด ในบางด้าน โดยเฉพาะด้านการเคลื่อนไหวและความสามารถในการสร้างโอกาส
บทเรียนจากอดีต
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ อาร์เซน่อล ต้องเผชิญกับการขาด โอเดอการ์ด ในช่วงที่ผ่านมา กองกลางชาวนอร์เวย์ก็เคยบาดเจ็บและพักหลายครั้ง และแต่ละครั้งทีมก็ต้องพยายามปรับตัวเพื่อเล่นต่อไปโดยไม่มีเขา จากประสบการณ์เหล่านั้น อาร์เตต้า และทีมได้เรียนรู้บางอย่างเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้
ในบางครั้งที่ผ่านมา อาร์เซน่อล สามารถรักษาฟอร์มการเล่นได้ดีแม้จะไม่มี โอเดอการ์ด ด้วยการที่ผู้เล่นคนอื่นๆ ก้าวขึ้นมารับบทบาทที่สำคัญมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งทีมก็ประสบปัญหาและพลาดคะแนนไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ โอเดอการ์ด ต่อทีมอย่างชัดเจน
การที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้อีกครั้งอาจเป็นโอกาสให้ อาร์เซน่อล แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถเอาชนะความยากลำบากนี้ได้ และพิสูจน์ว่าทีมมีความลึกและความสามารถในการแข่งขันที่สูงพอที่จะไม่ต้องพึ่งพาผู้เล่นคนใดคนหนึ่งมากเกินไป ถึงแม้ว่าผู้เล่นคนนั้นจะเป็นคนสำคัญก็ตาม
ผลกระทบต่อทีมชาตินอร์เวย์
การบาดเจ็บของ โอเดอการ์ด ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อ อาร์เซน่อล เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อทีมชาตินอร์เวย์ด้วย ในฐานะกัปตันและผู้เล่นหลักของทีมชาติ การที่เขาบาดเจ็บและต้องพักหลายสัปดาห์นั้นหมายความว่าเขาอาจจะไม่สามารถลงเล่นให้กับทีมชาติในนัดที่สำคัญๆ ที่กำลังจะมาถึงได้
ทีมชาตินอร์เวย์กำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการแข่งขันคัดเลือก และการมี โอเดอการ์ด หรือไม่มีนั้นอาจเป็นตัวกำหนดผลการแข่งขันได้ เขาเป็นผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของทีมชาติ และการขาดเขาไปจะเป็นการสูญเสียอย่างมากสำหรับทีม
อย่างไรก็ตาม จากมุมมองหนึ่ง การพักจากฟุตบอลระดับสโมสรอาจเป็นโอกาสให้ โอเดอการ์ด ได้พักฟื้นอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องรีบเร่งกลับมาเล่น ซึ่งอาจจะดีต่อสุขภาพระยะยาวของเขาในที่สุด ทีมชาตินอร์เวย์และแฟนบอลชาวนอร์เวย์คงหวังว่าเขาจะกลับมาแข็งแรงและพร้อมสำหรับศึกใหญ่ในอนาคต
ความสำคัญของการฟื้นฟูที่ถูกต้อง
สำหรับการบาดเจ็บประเภทเอ็นด้านข้างหัวเข่านั้น กระบวนการฟื้นฟูที่ถูกต้องและเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การรีบเร่งกลับมาเล่นก่อนที่ร่างกายจะพร้อมอาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บซ้ำหรือการบาดเจ็บที่รุนแรงขึ้นได้ ดังนั้น แม้ว่าทั้ง อาร์เซน่อล และแฟนบอลจะอยากเห็น โอเดอการ์ด กลับมาเล่นโดยเร็วที่สุด แต่การให้เวลาเขาได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า
ทีมแพทย์ของ อาร์เซน่อล มีชื่อเสียงในด้านความเป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์สูง พวกเขาจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับ โอเดอการ์ด เพื่อให้แน่ใจว่าเขาได้รับการรักษาและการฟื้นฟูที่ดีที่สุด กระบวนการนี้จะรวมถึงการพักผ่อน การทำกายภาพบำบัด การฝึกซ้อมเบาๆ และการค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นของการฝึกซ้อมจนกว่าเขาจะพร้อมที่จะกลับมาเล่นได้อีกครั้ง
นอกจากการฟื้นฟูทางกายภาพแล้ว การฟื้นฟูทางจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน การบาดเจ็บอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและสภาพจิตใจของนักกีฬา ดังนั้น โอเดอการ์ด อาจต้องการการสนับสนุนทางจิตใจด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะกลับมาแข็งแรงทั้งกายและใจ
มุมมองในเชิงบวก
แม้ว่าการบาดเจ็บของ โอเดอการ์ด จะเป็นข่าวร้าย แต่ก็มีบางแง่มุมที่อาจมองในแง่บวกได้ ประการแรกคือโอกาสที่ผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีมจะได้แสดงศักยภาพของตัวเอง นักฟุตบอลหลายคนในสควอดของ อาร์เซน่อล ที่อาจไม่ได้รับเวลาลงเล่นมากนักจะได้รับโอกาสมากขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งอาจจะเป็นการพบว่าทีมมีความสามารถและความลึกมากกว่าที่คิด
ประการที่สองคือการที่ โอเดอการ์ด จะได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ในช่วงที่บาดเจ็บ นักฟุตบอลระดับสูงมักจะต้องเล่นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งฤดูกาล บางครั้งการได้พักและฟื้นฟูร่างกายอย่างเต็มที่อาจเป็นประโยชน์ในระยะยาว เมื่อเขากลับมาเล่น เขาอาจจะกลับมาด้วยความแข็งแรง