อาร์เน่อ สลอต ใกล้ถึงทางแยกสุดท้ายในถิ่น แอนฟิลด์ หลังคู่แข่งเผยความจริงที่น่ากังวล

สถานการณ์ของ อาร์เน่อ สลอต (Arne Slot) ผู้จัดการทีมของ ลิเวอร์พูล (Liverpool) เดินหน้าเข้าใกล้จุดแตกหักมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังคู่แข่งออกมายอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า พวกเขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกับการมาเยือนสนาม แอนฟิลด์ (Anfield) อีกต่อไป ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าความแข็งแกร่งของ “ป้อมปราการเหล็ก” แห่งนี้เริ่มสั่นคลอนอย่างน่าเป็นห่วง แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะเพิ่งเก็บชัยชนะในลีกได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน หลังชนะ เวสต์แฮม (West Ham) ทำให้แฟนบอลหวังว่าทีมอาจกลับเข้าที่เข้าทาง แต่ความหวังนั้นก็พังทลายอย่างรวดเร็ว เมื่อผลงานในเกมเสมอ ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) 1-1 กลายเป็นเครื่องย้ำเตือนว่า ปัญหาของทีมภายใต้การคุมทัพของ สลอตยังไม่ถูกแก้ไขแม้แต่น้อย ลิเวอร์พูล ไม่สามารถคว้าชัยชนะในลีกได้แบบต่อเนื่องอีกเลย นับจากที่เคยชนะ เบิร์นลีย์ (Burnley) และ เอฟเวอร์ตัน (Everton) ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ขณะที่ผลงานในทุกรายการชนะเพียง 4 จาก 14 นัด และเมื่อเล่นในบ้านก็ชนะได้แค่ 2 จาก 7 นัดหลังสุดที่ แอนฟิลด์ นี่ไม่ใช่ผลงานที่แฟนบอลของทีมระดับลุ้นแชมป์จะยอมรับได้ และยิ่งตอกย้ำภาพรวมว่า การคุมทีมของ อาร์เน่อ สลอต ยังไม่สามารถสร้างระบบหรือความมั่นใจให้กับทีมได้เลย สลอต ยอมรับหลังเกมว่าชัดเจนว่า ทีมคู่แข่งที่มาเยือนเราตอนนี้คิดว่า พวกเขามีโอกาสคว้าผลการแข่งขันได้” คำพูดนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เพราะในอดีต แอนฟิลด์ ถือเป็นสนามที่แทบไม่มีทีมใดยินดีมาเยือน และแทบไม่เคยมีใครกล้าแสดงความมั่นใจเช่นนี้มาก่อน

ตัวเลขที่น่าตกใจ และเหตุผลที่ตำแหน่งผู้จัดการทีมเริ่มสั่นคลอน

สล็อท ใกล้จบกับหงส์

หากนับย้อนหลังไปไกลขึ้น ลิเวอร์พูล ชนะเพียง 15 จาก 32 นัดในทุกรายการ ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่ไม่อาจยอมรับได้สำหรับสโมสรที่ตั้งเป้าลุ้นแชมป์ทุกรายการ ถึงแม้แฟนบอลส่วนหนึ่งยังคงให้เวลาสลอต เพราะมีเหตุผลบางประการ เช่น การเปลี่ยนถ่ายทีม การบาดเจ็บ และการรวมตัวของผู้เล่นใหม่จำนวนมาก แต่สไตล์การเล่น การตัดสินใจในเกม การเปลี่ยนตัว และการจัดการนักเตะของเขากลับยังไม่แสดงให้เห็นเลยว่า เขาคือคนที่จะพาทีมก้าวไปข้างหน้า ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นชัดว่า การอยู่ในตำแหน่งของเขาเริ่มสุ่มเสี่ยงมากขึ้นทุกที ในเกมกับ ซันเดอร์แลนด์ ครึ่งแรก ลิเวอร์พูล แทบไม่มีความดุดันใด ๆ เลย การตั้งเกมแบบ 4-4-2 ทำให้ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (Florian Wirtz) และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค (Alexander Isak) โดดเดี่ยวอย่างมาก ขณะที่ โดมินิก โซบอสซ์ไล (Dominik Szoboszlai) และ โคดี้ กัคโป (Cody Gakpo) ถูกดึงลงต่ำจนแทบไม่ได้ช่วยเกมรุก มีจังหวะหนึ่งที่ผู้รักษาประตูของซันเดอร์แลนด์ยืนถือบอลถึงหน้าเขตโทษของตัวเอง แต่ กัคโป ถอยไปยืนเกือบกลางสนามฝั่งตัวเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแผน “เซฟตัวเองก่อน” แบบชัดเจนที่สุด แม้ในครึ่งหลัง สลอต จะส่ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) ลงสนาม ทำให้รูปเกมดีขึ้น พร้อมเปลี่ยนระบบเป็น 4-3-3 แต่ภาพรวมยังเต็มไปด้วยความสับสน นักเตะต้องปรับตำแหน่งไปมาแทบทุกนัด บางครั้งต้องโยกเล่น 2-3 ตำแหน่งในเกมเดียว ซึ่งทำให้ความเข้าใจในเกมเป็นเรื่องเกือบเป็นไปไม่ได้  เรกิส เลอ บรีส์ (Regis Le Bris) กุนซือของ ซันเดอร์แลนด์ พูดหลังเกมอย่างตรงไปตรงมาว่า
“เราประหลาดใจมากที่มีพื้นที่ให้เล่นและต่อบอลได้ง่ายกว่าที่คิด” นี่คือคำให้การที่ทำให้แฟนลิเวอร์พูลรู้สึกใจหาย เพราะทีมที่เคยขึ้นชื่อเรื่องการเพรสซิ่งอย่างหนัก ปัจจุบันกลับทำได้อย่างเชื่องช้า ไร้พลัง และไร้รูปแบบที่ชัดเจน

ปัญหาการจัดการทีม และกรณีของ เฟเดริโก้ เคียซ่า

แฟนบอลเริ่มตั้งคำถามถึงการบริหารนักเตะของ สลอต โดยเฉพาะกรณีของ
เฟเดริโก้ เคียซ่า (Federico Chiesa) ที่ถูกเตรียมลงสนามเพื่อแทน อิซัค ก่อน ลิเวอร์พูล ตีเสมอ แต่ถูกบอกให้รอ ก่อนจะถูกส่งลงมาในอีก 5 นาทีต่อมา เคียซ่า ลงมาแล้วเพิ่มพลังเกมรุกทันที แต่กลายเป็นว่า ลิเวอร์พูล เดินเกมอย่างไร้สมดุล เพราะมีทั้ง เคียซ่า, ฮูโก้ เอกิติเก้ (Hugo Ekitike), ซาลาห์ และ เวียร์ตซ์ อยู่ในสนามพร้อมกันจนทีมเสียรูปแบบเกมอย่างสิ้นเชิง ท้ายเกม ลิเวอร์พูล เกือบโดนยิง แต่ เคียซ่า เป็นคนวิ่งสกัดบนเส้นประตูช่วยชีวิตทีมและผู้จัดการทีมเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิดหาก ลิเวอร์พูล แพ้ในเกมนี้ โอกาสปลด สลอต อาจเกิดขึ้นทันที แม้ผลเสมอจะช่วยยืดเวลาให้เขาอยู่ในตำแหน่งอีกหน่อย แต่สถานการณ์โดยรวมยังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง พวกเขาต้องบุกเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด (Leeds United) ในเกมถัดไป ซึ่งกำลังมีความมั่นใจหลังชนะ เชลซี (Chelsea) และหากผลออกมาเลวร้ายอีกครั้ง สถานะของ สลอต อาจถึงจุดแตกหักจริง ๆ เมื่อพิจารณาผลงานทั้งหมด ดูเหมือนว่าการจากตำแหน่งของ อาร์เน่อ สลอต (Arne Slot) จะกลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้มากขึ้นทุกวัน เพราะเขายังหาเส้นทางที่ชัดเจนให้กับทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับคุณภาพไม่ได้เลย

ซันเดอร์แลนด์ เล็งคว้า มิดฟิลด์ อดีต แข้ง อาร์เซน่อล อีกราย หลังความสำเร็จของ กรานิต ชาก้า

หลังจาก สร้างผลงานสุดเซอร์ไพรส์ บนเวที พรีเมียร์ลีก (Premier League) ได้อย่างน่าทึ่ง สโมสร ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา กำลังตกเป็นข่าวว่าเตรียมเดินหน้า เสริมทัพครั้งสำคัญในตลาดนักเตะช่วงเดือน มกราคม โดยเป้าหมายล่าสุดคือการคว้าตัว มิดฟิลด์ อดีตนักเตะ อาร์เซน่อล (Arsenal) อีกหนึ่งรายมาร่วมทีม หลังจากความสำเร็จของ กรานิต ชาก้า (Granit Xhaka) ที่เข้ามายกระดับแดนกลางได้อย่างชัดเจน การกลับมาเล่นในลีกสูงสุดของ อังกฤษ ของ ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) ภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวฝรั่งเศส เรฌิส เลอ บริส (Regis Le Bris) กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของฤดูกาลนี้ โดยพวกเขาสามารถคว้าชัยชนะในรอบเพลย์ออฟของ แชมเปี้ยนชิพ (Championship) เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และกลับสู่ พรีเมียร์ลีก (Premier League) ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

และไม่เพียงแค่ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดเท่านั้น แต่ผลงานในช่วงต้นฤดูกาลของ ซันเดอร์แลนด์ ถือว่าเหนือความคาดหมายอย่างมาก หลังผ่านการแข่งขันไป 11 นัด พวกเขาแพ้เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น พร้อมขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 ของตารางคะแนนได้อย่างน่าประทับใจ หนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้ทีม “แมวดำ” กลายเป็นทีมที่น่าจับตามอง คือการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยนักเตะใหม่ที่โดดเด่นมากที่สุดคือ กองกลางตัวเก๋าอย่าง กรานิต ชาก้า (Granit Xhaka) ที่ย้ายมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (Bayer Leverkusen) การเข้ามาของ ชาก้า (Xhaka) ทำให้แดนกลางของ ซันเดอร์แลนด์ มีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องการควบคุมจังหวะเกม ประสบการณ์ในเวทีระดับสูง และภาวะผู้นำ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมทันทีอีกด้วย

เลอ บริส เปิดโอกาสคว้า เก็นดูซี อดีตลูกศิษย์ร่วมทีมอีกครั้ง

เก็นดูซี่ จอย ซันเดอร์แลนด์

จากความสำเร็จของ กรานิต ชาก้า (Granit Xhaka) ทำให้บอร์ดบริหารของ ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) รวมถึงกุนซืออย่าง เรฌิส เลอ บริส (Regis Le Bris) เริ่มพิจารณานักเตะอดีตทีม อาร์เซน่อล (Arsenal) อีกหนึ่งราย นั่นคือ มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส มัตเตโอ เก็นดูซี (Matteo Guendouzi) มัตเตโอ เก็นดูซี (Matteo Guendouzi) เคยเล่นให้กับ อาร์เซน่อล (Arsenal) ในช่วงฤดูกาล 2018/19 และ 2019/20 หลังย้ายมาจากสโมสรในฝรั่งเศสอย่าง ลอริยองต์ (Lorient) ซึ่งน่าสนใจว่า ตอนนั้นเขาอยู่ภายใต้การคุมทีมของ เรฌิส เลอ บริส (Regis Le Bris) ในทีมชุด เบ ของ ลอริยองต์ มาก่อนอีกด้วยความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ และยังคงติดต่อกันอยู่เรื่อยมา แม้ว่าเส้นทางอาชีพของ เก็นดูซี จะพาเขาออกจาก อังกฤษ ไปเล่นในต่างประเทศก็ตาม ในช่วงที่เล่นให้กับ อาร์เซน่อล (Arsenal) นั้น มัตเตโอ เก็นดูซี (Matteo Guendouzi) ลงสนามไปทั้งหมด 54 นัด โดยหลายเกมเขาก็จับคู่เล่นในแดนกลางร่วมกับ กรานิต ชาก้า (Granit Xhaka) ซึ่งทั้งคู่เคยเป็นคู่มิดฟิลด์หลักของทีมอยู่ช่วงหนึ่ง แต่หลังจากนั้น เก็นดูซี ก็ถูกปล่อยตัวให้ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน (Hertha Berlin) ทีมจากประเทศ เยอรมนี ยืมตัวไปใช้งาน ก่อนย้ายไปอยู่กับ โอลิมปิก มาร์กเซย (Marseille) ทีมดังจาก ลีก เอิง (Ligue 1) ของ ฝรั่งเศส ในรูปแบบยืมตัวเช่นกัน

ผลงานที่ยอดเยี่ยมกับ มาร์กเซย ทำให้สโมสรตัดสินใจซื้อขาดเขาในเวลาต่อมา ก่อนที่ในปี 2023 เขาจะย้ายไปร่วมทีม ลาซิโอ (Lazio) สโมสรยักษ์ใหญ่ของ กัลโช่ เซเรีย อา (Serie A) ของ อิตาลี แบบยืมตัว พร้อมออปชั่นซื้อขาด ซึ่ง ลาซิโอ ก็เลือกใช้ออปชั่นนั้นในฤดูกาลถัดมา ปัจจุบัน เก็นดูซี ถือเป็นหนึ่งในกองกลางตัวหลักของ ลาซิโอ (Lazio) ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน วิ่งไม่มีหมด และสามารถเล่นได้ทั้งเกมรับและเกมรุก ตามรายงานจากนักข่าวคนดังอย่าง ฟาบริซิโอ โรมาโน่ (Fabrizio Romano) กุนซือของ ซันเดอร์แลนด์ อย่าง เรฌิส เลอ บริส (Regis Le Bris) ได้ออกมายอมรับว่า เขายังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกศิษย์เก่าอย่าง เก็นดูซี อยู่เสมอ เขากล่าวว่า  “พวกเรายังมีการติดต่อกับนักเตะหลายคน และ มัตเตโอ เก็นดูซี (Matteo Guendouzi) ก็เป็นหนึ่งในนั้น ผมเคยทำงานร่วมกับเขาที่ ลอริยองต์ (Lorient) และเราก็ยังคงติดต่อกันอยู่” คำพูดนี้ยิ่งทำให้กระแสข่าวเชื่อมโยงระหว่าง ซันเดอร์แลนด์ กับ เก็นดูซี มีน้ำหนักมากขึ้น แม้ว่าการย้ายทีมในเดือน มกราคม จะยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดก็ตาม

หากดีลเกิดขึ้นจริง จะส่งผลอย่างไรต่อ ซันเดอร์แลนด์ บ้าง

หาก ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) สามารถคว้าตัว มัตเตโอ เก็นดูซี (Matteo Guendouzi) มาร่วมทีมได้จริง จะถือว่าเป็นการยกระดับทีมครั้งสำคัญอย่างมาก เพราะเขาจะได้กลับมาประสานงานกับ กรานิต ชาก้า (Granit Xhaka) อีกครั้ง ซึ่งทั้งสองคนรู้ใจกันดีจากช่วงเวลาที่เล่นร่วมกันใน อาร์เซน่อล (Arsenal) นอกจากนี้ เสริมด้วยแท็กติกของ เรฌิส เลอ บริส (Regis Le Bris) ที่เน้นเกมแดนกลางที่เข้มข้นและการเพรสซิ่งที่ดุดัน คู่กลาง ชาก้า–เก็นดูซี น่าจะทำให้ ซันเดอร์แลนด์ กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งและน่ากลัวมากขึ้นไปอีกใน พรีเมียร์ลีก (Premier League) ไม่เพียงแค่เรื่องฟอร์มในสนามเท่านั้น แต่ในเชิงภาพลักษณ์ของสโมสร การดึงนักเตะระดับทีมชาติ ฝรั่งเศส และอดีตแข้ง อาร์เซน่อล มาได้อีกคน ก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับแบรนด์ของ ซันเดอร์แลนด์ อย่างมาก การที่ ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) กลับมาสู่เวที พรีเมียร์ลีก (Premier League) พร้อมทำผลงานได้เหนือความคาดหมาย ถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวสุดน่าประทับใจของฤดูกาลนี้ และหากพวกเขาสามารถคว้าตัว มัตเตโอ เก็นดูซี (Matteo Guendouzi) มาร่วมทีมได้จริงในเดือน มกราคม ก็ยิ่งตอกย้ำความทะเยอทะยานของสโมสรในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งระยะยาว จากลูกศิษย์ในอดีต สู่โอกาสกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในเวทีสูงสุดของ อังกฤษ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองอย่างยิ่งของแฟนบอลทั่วโลก ว่าดีลนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับทัพ “แมวดำ” ได้มากแค่ไหนในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล

ป้ายโฆษณาตัวป่วน วิธีการอันแยบยล ที่ ซันเดอร์แลนด์ ใช้ได้ผลกับ อาร์เซน่อล

เมื่อ Sunderland ทีมม้ามืดแห่งฤดูกาลนี้สร้างความประหลาดใจด้วยการเสมอ Arsenal 2-2 ในศึก Premier League เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลายคนต่างตั้งคำถามว่าทีมที่ถูกคาดหมายว่าจะตกชั้นก่อนฤดูกาลเริ่มต้น สามารถหยุดยั้งทีมจ่าฝูงที่กำลังมาแรงที่สุดในลีกได้อย่างไร คำตอบนั้นอยู่ที่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของ Regis le Bris (เรจิส เลอ บรีส) ผู้จัดการทีมชาว Sunderland Arsenal (อาร์เซนอล) เดินทางมายัง Stadium of Light ด้วยฟอร์มที่น่าเกรงขามอย่างยิ่ง พวกเขากำลังมองหาชนะติดต่อกันเป็นเกมที่ 11 และพร้อมที่จะทำสถิติคลีนชีตติดต่อกันเป็นนัดที่ 9 ซึ่งจะเป็นสถิติใหม่ของสโมสร หากพวกเขาชนะในเกมนี้ จะทำให้ขยับห่างจากทีมรองจ่าฝูงไปถึง 8 แต้มในตอนท้ายวัน

แต่ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ที่กำลังนั่งอยู่ในโซนยุโรปอย่างน่าประหลาดใจ ไม่ได้มีแผนจะให้ Arsenal (อาร์เซนอล) ทำสิ่งเหล่านั้นได้ง่ายๆ ภายใต้การนำของ Regis le Bris (เรจิส เลอ บรีส) Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ได้วางแผนอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อหยุดยั้งเครื่องจักรรุกของ Arsenal (อาร์เซนอล)

กลยุทธ์ป้ายโฆษณา กับ ไอเดียอัจฉริยะ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เข้าถึงรายละเอียด

ซันเดอร์แลนด์ 2-2 อาร์เซน่อล

หนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าสนใจที่สุดของ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) คือการเคลื่อนย้ายป้ายโฆษณารอบสนามให้เข้ามาใกล้เส้นข้างสนามมากกว่าปกติ สิ่งนี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันมีผลกระทบอย่างมากต่อหนึ่งในอาวุธที่ Arsenal (อาร์เซนอล) ใช้อย่างมีประสิทธิภาพในฤดูกาลนี้ Arsenal (อาร์เซนอล) ในฤดูกาลนี้ไม่ได้เล่นแบบครอบครองลูกและส่งบอลสั้นอย่างเดียวเหมือนในอดีต พวกเขาได้พัฒนาเกมที่ตรงไปตรงมามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถานการณ์ลูกตาย การโยนลูกเข้าไกลก็กลายเป็นอาวุธสำคัญของพวกเขาเช่นกัน ด้วยการเคลื่อนป้ายโฆษณาเข้ามาใกล้มากขึ้น Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ได้จำกัดพื้นที่ที่ผู้เล่น Arsenal (อาร์เซนอล) จะใช้วิ่งเพื่อสร้างโมเมนตัมในการโยนลูกเข้าไกล นี่คือการวางแผนที่ละเอียดถึงรายละเอียดเล็กๆ ที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ เมื่อถูกถามหลังเกมว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่ Regis le Bris (เรจิส เลอ บรีส) กล่าวว่า "เราพยายามค้นหารายละเอียดต่างๆ เพื่อชนะเกม พวกเขาแข็งแกร่งมากในสถานการณ์ลูกตาย เราก็เก่งเช่นกัน และภัยคุกคามนี้มีความสำคัญมากสำหรับเกมนี้ และในที่สุดมันก็สมดุลกัน" กลยุทธ์นี้ได้ผลอย่างมาก Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) สามารถจำกัด Arsenal (อาร์เซนอล) ให้ได้มุมเพียงแค่ 2 ครั้งตลอดเกม ซึ่งเท่ากับจำนวนมุมที่ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ได้เอง นี่เป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมาก เมื่อเทียบกับว่า Arsenal (อาร์เซนอล) มักจะครอบงำเกมและได้มุมมากกว่าฝ่ายตรงข้ามอย่างมาก การที่ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) สามารถลดจำนวนมุมของ Arsenal (อาร์เซนอล) ลงได้นั้น แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้แค่ป้องกันดี แต่ยังสามารถควบคุมเกมและไม่ให้ Arsenal (อาร์เซนอล) สร้างสถานการณ์อันตรายได้ตามต้องการ แต่กลยุทธ์ของ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ไม่ได้จบแค่การป้องกันเท่านั้น พวกเขายังมีแผนการโจมตีที่ชัดเจน นำโดย Granit Xhaka (กรานิต ชาก้า) กัปตันทีมผู้ทรงคุณค่า ซึ่งเคยเล่นให้กับ Arsenal (อาร์เซนอล) มาก่อน

Xhaka (ชาก้า) ดูเหมือนจะมีความสุขอย่างยิ่งที่ได้กลับมารบกวนทีมเก่าของเขา เขานำทีม Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ด้วยการเล่นที่ก้าวร้าวและกล้าเข้าดวลมาตั้งแต่นัดแรก พวกเขาไม่กลัวที่จะเข้าประชิดตัวและกดดันผู้เล่น Arsenal (อาร์เซนอล) ตลอดเกม การเล่นที่ก้าวร้าวนี้ทำให้ Arsenal (อาร์เซนอล) รู้สึกไม่สบายและไม่สามารถเล่นเกมของตัวเองได้อย่างราบรื่นเหมือนที่เคยทำมา Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ไม่ได้มาเพื่อเล่นเชิงรับอย่างเดียว แต่พวกเขามีแผนที่จะสร้าง "ความโกลาหล" ให้กับเกมของ Arsenal (อาร์เซนอล)

แดน บัลลาร์ด ผู้ทำลายสถิติคลีนชีต ของ ไอ้ปืนใหญ่ กับกฏยิงประตูทีมเก่า

ความพยายามของ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ได้รับรางวัลในครึ่งแรก เมื่อ Dan Ballard (แดน บัลลาร์ด) ทำประตูให้ทีมขึ้นนำ 1-0 นี่เป็นประตูแรกที่ Arsenal (อาร์เซนอล) เสียตั้งแต่เดือนกันยายน ทำลายสถิติคลีนชีตติดต่อกันที่พวกเขาสร้างมาประตูนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขบนกระดานคะแนน แต่มันยังเป็นการส่งสัญญาณว่า Arsenal (อาร์เซนอล) ไม่ได้แกร่งกล้าอย่างที่คิดเสมอไป และ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) มีความสามารถที่จะท้าทายทีมใหญ่ๆ ได้ แม้จะตามหลังอยู่ แต่ Arsenal (อาร์เซนอล) ก็แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของทีมจ่าฝูง พวกเขาสามารถกลับมาทำประตูได้ 2 ลูกในครึ่งหลัง พลิกสกอร์เป็น 2-1 นำ ในช่วงเวลานั้น ดูเหมือนว่า Arsenal (อาร์เซนอล) จะสามารถควบคุมเกมและเอาชนะไปได้ตามคาด แต่ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ แม้จะตามหลังอยู่ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ก็ยังคงบุกหน้าอย่างกล้าหาญ พวกเขาเชื่อว่าสามารถทำประตูเสมอได้ และความเชื่อนั้นก็กลายเป็นจริง ในนาทีที่ 4 ของเวลาทดเวลาบาดเจ็บ Brian Brobbey (ไบรอัน บรอบเบย์) ได้ทำประตูอันน่าทึ่งด้วยการตีโพสต์จากลูกบอลที่ถูกชิปเข้ามาในกรอบเขตโทษและถูกโหม่งต่อมายังริมเขตหกหลา ประตูนี้ทำให้เกิดฉากการเฉลิมฉลองอย่างดุเดือดทั้งบนสนามและบนอัฒจรรย์ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ได้แต้มอันมีค่ามาครอง และแฟนบอล Arsenal (อาร์เซนอล) ทั่ว England (อิงแลนด์) คงจะไม่พอใจกับผลการแข่งขันนี้ การเสมอกันนี้มีความหมายมากกว่าแค่หนึ่งแต้มสำหรับ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) มันเป็นการพิสูจน์ว่าพวกเขาไม่ใช่แค่ทีมที่โชคดีที่อยู่ในโซนยุโรป แต่เป็นทีมที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันกับทีมใหญ่ๆ ได้จริงๆ สำหรับ Arsenal (อาร์เซนอล) การทำแต้มตกนี้อาจมีผลกระทบต่อการแข่งขันแชมป์ พวกเขาพลาดโอกาสที่จะขยับห่างจากทีมรองจ่าฝูงไปถึง 8 แต้ม และยังเสียสถิติคลีนชีตที่พวกเขาสร้างมาอีกด้วย เกมนี้แสดงให้เห็นว่าในฟุตบอล รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ สามารถสร้างความแตกต่างได้มาก การวางแผนที่ดี การศึกษาจุดอ่อนของคู่แข่ง และการใช้ทุกกลยุทธ์ที่อยู่ในกรอบกติกาเพื่อได้เปรียบ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมเล็กๆ สามารถท้าทายทีมใหญ่ได้ Regis le Bris (เรจิส เลอ บรีส) และ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ได้แสดงให้เห็นว่าด้วยการเตรียมตัวที่ดี ความกล้าหาญ และความเชื่อมั่น ทีมไหนก็สามารถสร้างผลงานที่น่าประหลาดใจได้ในฤดูกาลนี้ของ Premier League (พรีเมียร์ ลีก)

sbobet withdrawสมัครสมาชิก sbobet registerแจ้งฝากเงิน sbobet topupแจ้งถอนเงิน
register sbobet
contact line
callcenter sbobet