คาปาร์รอส เดือดรับศึกดาร์บี้ เซบีย่า – เรอัล เบติส “บางทีมทำเหมือนคว้าทุกแชมป์

ก่อนที่การแข่งขัน ลา ลีกา (LaLiga) จะกลับมาหลังช่วงพักทีมชาติ ความร้อนแรงของดาร์บี้แมตช์แห่งเมือง เซบีย่า (Sevilla) ระหว่าง เซบีย่า เอฟซี (Sevilla FC) กับ เรอัล เบติส (Real Betis) ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แม้การแข่งขันของ เซบีย่า ในสัปดาห์นี้จะเป็นเกมบุกเยือน เอสปันญ่อล (Espanyol) ในวันจันทร์ที่ 24 แต่บรรยากาศก่อนเกมดาร์บี้วันที่ 30 กลับคุกรุ่นตั้งแต่ตอนนี้

ที่งาน Encuentro de Peñas Sevillistas ซึ่งจัดขึ้นที่เมือง ตอร์ร็อกซ์ (Torrox) ช่วงสุดสัปดาห์ บรรดาแฟนกลุ่มใหญ่ของ เซบีย่า ได้ร่วมพบปะพูดคุยกับตำนานผู้เป็นหัวใจของสโมสรอย่าง ฆัวกิน คาปาร์รอส (Joaquín Caparrós) ประธานกิตติมศักดิ์ของทีม ซึ่งถูกถามเกี่ยวกับฟอร์มของสโมสร และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกมดาร์บี้ที่ทุกคนรอคอย และอย่างที่รู้กันดี—เรื่องดาร์บี้ทำให้เลือด “แดง–ขาว” ของ คาปาร์รอส เดือดพล่านเสมอ เมื่อถูกถามถึงมุมมองต่อสถานการณ์ของทีมในตอนนี้ ฆัวกิน คาปาร์รอส (Caparrós) กล่าวอย่างมั่นใจและเต็มไปด้วยอารมณ์ว่า “เสบีย์ญิสโม (Sevillismo – วิญญาณแฟนเซบีย่า) ยังมีพลังและยิ่งใหญ่มาก ตอนนี้มีบางทีมที่ทำผลงานได้ดีแค่ครึ่งหนึ่งของช่วงข่าวโทรทัศน์ แต่แค่ครึ่งข่าวเท่านั้นเอง… แต่กลับทำเหมือนว่าพวกเขาคว้าแชมป์โลกมาทั้งหมด ส่วนเรา เซบีย่า อยู่มาร้อยกว่าปี เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และคว้าแชมป์มากมายเสมอ” เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า “กำลังพูดถึง เบติส ใช่ไหม?” เขาตอบทันทีแบบมีนัยยะว่า “นั่นเธอเขียนเอาเองนะ… ฉันแค่พูดว่ามีบางทีมที่ทำดีแค่ครึ่งข่าว แต่ว่าทำเหมือนตัวเองเป็นเจ้าโลก” คำตอบสั้น ๆ แต่แทงใจดำแฟนคู่แข่งอย่างหนัก

ศึกดาร์บี้ที่ต่างจากเกมอื่น – ความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมต่อกุนซือคนปัจจุบัน

เซบีย่า ดาร์บี้ เบติส

คาปาร์รอส พูดต่อว่าเกมนี้ไม่เหมือนเกมอื่น เพราะดาร์บี้แห่งอันดาลูเซียคือเกมที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความภาคภูมิใจ และแรงขับเคลื่อนระดับพิเศษ เขากล่าวว่า “สำหรับเรา เกมแบบนี้มันแตกต่าง เราเข้าสู่แมตช์ด้วยความเชื่อมั่น เราเชื่อในตัวโค้ชของเรา เขากำลังทำงานได้ยอดเยี่ยม ร่วมกับผู้อำนวยการกีฬา กุนซือของเรารู้วิธีสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้เล่น เพราะเขาเคยอยู่ใน เซบีย่า และรู้ว่าดาร์บี้นี้หมายถึงอะไร ไม่มีใครเหมาะสมกว่านี้ในการกระตุ้นนักเตะ” ประโยคนี้ทำให้แฟนบอลรู้ว่า ตำนานของทีมเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าต่อกุนซือคนปัจจุบันของ เซบีย่า คาปาร์รอส ยังพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นถึงบทบาทของแฟนบอล โดยเฉพาะกลุ่มกองเชียร์ที่ขึ้นชื่อว่า Biris Norte (บีริส นอร์เต้) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของแรงเชียร์ในสนาม ซานเชซ ปิซฆวน (Ramón Sánchez-Pizjuán Stadium) เขากล่าวว่า “เมื่อผู้เล่นเดินลงสนาม หันไปทางซ้ายแล้วเห็น Biris Norte พร้อมสีสันและพลังเชียร์ที่เต็มสเตเดี้ยม เลือดสีแดงมันจะพุ่งแรงขึ้นทันที และฝั่งตรงข้าม… ก็จะเริ่มสั่นตามที่มันต้องสั่น
Biris คือหัวใจ คือพลังงานการแข่งขันของนักเตะเรา ร่วมกับแฟนบอลทั้งสนาม” นี่คือคำพูดที่สะท้อนความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างแฟนบอลกับสโมสร จนแทบแยกจากกันไม่ได้

คาปาร์รอส จุดไฟศึกดาร์บี้เมืองเซบีย่า บอกชัด “บางทีมดีแค่ครึ่งข่าว แต่ทำตัวเหมือนยิ่งใหญ่ทั้งโลก!”

ใกล้ถึงศึกดาร์บี้แห่งอันดาลูเซีย ระหว่าง เซบีย่า เอฟซี (Sevilla FC) กับ เรอัล เบติส (Real Betis) ความตึงเครียดของแฟนบอลเริ่มพุ่งสูงขึ้นทุกขณะ แม้ เซบีย่า จะยังมีแมตช์บุกเยือน เอสปันญ่อล (Espanyol) ในวันจันทร์ แต่ใจของแฟนบอลรวมถึงตำนานของทีมอย่าง ฆัวกิน คาปาร์รอส (Joaquín Caparrós) ต่างมุ่งไปที่วันดาร์บี้ในวันที่ 30 แล้ว

ที่งานรวมตัวแฟนสโมสรในเมือง ตอร์ร็อกซ์ (Torrox) คาปาร์รอส ได้ถูกถามถึงทีมปัจจุบันและดาร์บี้ที่กำลังจะมาถึง คำตอบของเขามีทั้งอารมณ์ ความภูมิใจ และความร้อนแรงแบบคนที่ผูกพันกับสโมสรเกินกว่าคำว่าผู้บริหารหรือโค้ช เขากล่าวว่า เสบีย์ญิสโม (Sevillismo) ยังคงมีพลังอย่างยิ่ง แม้ผลงานช่วงนี้อาจยังไม่ถึงที่สุด แต่สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเมืองเซบีย่ามีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปีเต็มไปด้วยความสำเร็จ และความยิ่งใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่จะถูกกลบโดยผลงานเพียงไม่กี่นัด เมื่อถูกถามถึงคู่แข่งร่วมเมือง คาปาร์รอส ตอบแบบมีเชิงว่า “มีบางทีมทำดีแค่ครึ่งรายการข่าว ก็ทำเหมือนว่าตัวเองคว้าแชมป์ทุกถ้วยบนโลก” แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่ทุกคนรู้ดีว่าหมายถึงทีมสีเขียว–ขาวอย่าง เรอัล เบติส (Real Betis) ที่กำลังฟอร์มดีขึ้นในบางช่วง คาปาร์รอส ยังยืนยันความมั่นใจเต็มเปี่ยมในตัวโค้ชคนปัจจุบันของ เซบีย่า โดยกล่าวว่ากุนซือรายนี้รู้จักเมือง รู้จักแฟนบอล และรู้ว่า “ดาร์บี้หมายถึงอะไร” ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเกมที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความดุเดือด และความภาคภูมิใจร่วมกันของทั้งสองฝั่ง เขายังพูดถึงพลังของแฟนบอล โดยเฉพาะกลุ่ม Biris Norte ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของสนาม เมื่อผู้เล่นเห็นภาพธง สีสัน เสียงเชียร์ และอารมณ์ร่วมของแฟนบอล จะเกิดแรงฮึกเหิมที่ทำให้เลือด “แดง–ขาว” พุ่งพล่าน และสร้างแรงกดดันมหาศาลแก่คู่แข่งทันที คาปาร์รอส ทิ้งท้ายแบบดุดันในสไตล์ของเขาเองว่า “เมื่อผู้เล่นเราเห็น Biris Norte พลังทั้งหมดในสนามจะระเบิดออกมา… ส่วนอีกฝั่งก็จะเริ่มสั่นเท่าที่มันสมควรจะสั่น” นี่คือเสียงของตำนานที่ยังรัก และยังพร้อมลุกขึ้นสู้ไปกับสโมสรของเขา

มอนชีใกล้ลาวิลล่า จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ท่ามกลางวิกฤตผลงานของ

ในโลกของฟุตบอลสมัยใหม่ การบริหารจัดการเบื้องหลังถือว่ามีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าผลงานในสนาม หนึ่งในบุคคลที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในยุโรปคือ มอนชี (Monchi) หรือชื่อเต็ม รามอน โรดริเกซ เบร์เดโฆ (Ramón Rodríguez Verdejo) ผู้บริหารชาวสเปนที่ฝากผลงานอันยอดเยี่ยมไว้กับสโมสรเซบีย่าในลาลีกา

แต่ล่าสุด ข่าวการเตรียมอำลาสโมสร Aston Villa ของมอนชี กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ทำให้แฟนบอลอังกฤษตั้งคำถามว่า อะไรคือปัจจัยเบื้องหลัง และการจากไปครั้งนี้จะส่งผลต่ออนาคตของวิลล่าอย่างไร

เส้นทางของมอนชี ผู้สร้างตำนานที่เซบีย่า

ก่อนมาที่อังกฤษ มอนชีเป็นบุคคลสำคัญที่เปลี่ยนโฉมหน้าของเซบีย่า เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการเสริมทัพอันชาญฉลาด เช่น

  • การค้นพบ ดานี อัลเวส, อิวาน ราคิติช, ฆูลส์ คูนเด้

  • การซื้อขายนักเตะที่ทำกำไรอย่างมหาศาล

  • การวางระบบสอดส่องพรสวรรค์ (scouting system) ที่ถือว่าทันสมัยที่สุดระบบหนึ่งในยุโรป

ด้วยวิสัยทัศน์ดังกล่าว เซบีย่ากลายเป็นสโมสรที่สร้างชื่อในเวทียุโรป คว้าแชมป์ยูโรปาลีกหลายสมัย และได้รับการยกย่องว่าเป็นทีมที่ขายนักเตะเก่งแต่ยังคงยืนหยัดแข่งขันในระดับสูงได้

การมาสู่วิลล่า  ความหวังครั้งใหม่ของสโมสรอังกฤษ

Aston Villas president of football operations Monchi

ปี 2023 มอนชีตัดสินใจย้ายสู่ Aston Villa หลังจากสโมสรจากเบอร์มิงแฮมต้องการยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็น “บิ๊กซิกซ์หน้าใหม่”

เขาได้กลับมาร่วมงานกับ อูไน เอเมรี (Unai Emery) อดีตกุนซือคู่บุญจากเซบีย่า การจับคู่ครั้งนี้ถือเป็นความหวังครั้งใหญ่ของแฟนบอลวิลล่า เพราะพวกเขาเชื่อว่าการผสมผสานระหว่างแท็กติกของเอเมรี และสายตาการเสริมทัพของมอนชี จะพาสโมสรกลับมามีเกียรติยศ

และในฤดูกาลแรกก็พิสูจน์แล้วว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน วิลล่าสามารถทะยานถึงอันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีก คว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ พร้อมกับเข้าถึงรอบรองฯ ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ลีกในปี 2024

ความสำเร็จระยะสั้น  จากความหวังสู่เวทีใหญ่ยุโรป

ฤดูกาล 2024/25 วิลล่าภายใต้การนำของมอนชีและเอเมรี ยังคงสร้างความประทับใจ โดยพวกเขาผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองฯ แชมเปียนส์ลีก ก่อนพ่ายแพ้ให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ต่อมากลายเป็นแชมป์ในปีนั้น

ความสำเร็จนี้ทำให้ชื่อเสียงของวิลล่าถูกยกระดับขึ้นทันทีจาก “ทีมระดับกลาง” สู่ “สโมสรชั้นนำของยุโรป” ในเวลาอันรวดเร็ว

ฤดูกาลปัจจุบัน  จุดเริ่มต้นของวิกฤต

แต่แล้วฤดูกาล 2025/26 กลับเปิดฉากด้วยความผิดหวังอย่างแรง วิลล่าเล่นไปแล้ว 5 นัดในพรีเมียร์ลีก แต่ยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย ยิงประตูได้เพียง 1 ประตูเท่านั้น

  • รั้งอันดับ 18 ในตาราง

  • ตกรอบ EFL Cup ตั้งแต่ต้นซีซั่น หลังแพ้จุดโทษต่อเบรนท์ฟอร์ด

  • เกมรุกฝืด เกมรับเปราะ ขาดทั้งความมั่นใจและความดุดัน

ปัญหาดังกล่าวทำให้สโมสรเริ่มตกอยู่ในภาวะกดดันหนัก และนำไปสู่ข่าวลือเกี่ยวกับความไม่ลงรอยกันภายใน

ข่าวใหญ่ มอนชีเตรียมอำลา

ล่าสุด สื่ออังกฤษหลายสำนักรายงานตรงกันว่า มอนชี เตรียมอำลาตำแหน่ง President of Football Operations ของวิลล่าในเร็วๆ นี้

แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก แต่แหล่งข่าวระบุว่า ความล้มเหลวในการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และความเห็นที่ไม่ตรงกันในเชิงนโยบาย อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจถอยออกมา

sbobet withdrawสมัครสมาชิก sbobet registerแจ้งฝากเงิน sbobet topupแจ้งถอนเงิน
register sbobet
contact line
callcenter sbobet